ฮ่องกง, 7 ต.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (7 ต.ค.) ศาลฮ่องกงได้พิจารณาคดีฟ้องร้องผู้ต้องหา 2 รายโทษฐานละเมิดกฎหมายห้ามสวมหน้ากาก โดยเป็นการพิจารณาคดีรูปแบบนี้ครั้งแรก หลังกฎหมายห้ามสวมหน้ากากปกปิดใบหน้ามีผลบังคับใช้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (5 ต.ค.)

ศาลแขวงตะวันออก (Eastern Magistrates’ Courts) ได้พิจารณาคดีที่มีผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาชายวัย 18 ปีของมหาวิทยาลัยซิตี้ฮ่องกง (CityU) และหญิงวัย 38 ปีที่อ้างว่าไม่มีงานทำ

ผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกจับในข้อหาชุมนุมโดยผิดกฎหมายและละเมิดกฎหมายห้ามปกปิดใบหน้า หลังมีรายงานว่าทั้งคู่เข้าร่วมการชุมนุมผิดกฎหมาย และไม่สามารถให้เหตุผลที่ฟังขึ้นได้ว่าเหตุใดจึงสวมหน้ากากในช่วงที่ถูกจับเมื่อเช้าวันเสาร์ (5  ต.ค.)

นักศึกษาชายและหญิงว่างงานถูกปล่อยตัวด้วยเงินประกัน 300 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1,165 บาท) และ 1,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 3,885 บาท) ตามลำดับ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องปฏิบัติตามการประกาศห้ามออกจากเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือเคอร์ฟิว ห้ามเดินทางออกนอกเกาะฮ่องกง และต้องรายงานตัวต่อตำรวจทุกสัปดาห์

ศาลได้เลื่อนการพิจารณาคดีไปเป็นวันที่ 18 พ.ย.

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ต.ค.) รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีนได้ออกกฎหมายฉุกเฉินว่าด้วยการห้ามสวมหน้ากากปกปิดใบหน้า เพื่อยับยั้งผู้ก่อการจลาจลที่มักจะสวมใส่หน้ากากปกปิดตัวตนระหว่างการประท้วงที่ยืดเยื้อนานหลายเดือนในครั้งนี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

copied!

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.