(แฟ้มภาพซินหัว: หวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจีน และ อัยมาน ซาฟาดี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจอร์แดน เป็นประธานร่วมในการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 9 ของการประชุมความร่วมมือจีน-อาหรับทางออนไลน์ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2020)

ปักกิ่ง, 7 ก.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (6 ก.ค.) จีนและกลุ่มประเทศอาหรับเห็นพ้องในการร่วมมือต่อต้านโรคโควิด-19 กระชับความร่วมมือหลากหลายด้าน และโอบรับโอกาสใหม่ในการสร้างประชาคมชาวจีน-อาหรับที่มีอนาคตร่วมกัน

ข้อตกลงดังกล่าวบรรลุผลระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 9 ของการประชุมความร่วมมือจีน-อาหรับ ซึ่งหวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจีน เป็นประธานร่วมกับ อัยมาน ซาฟาดี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจอร์แดน ผ่านทางออนไลน์ โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีจากทุกประเทศที่เป็นสมาชิกสันนิบาตอาหรับ (AL) มาเข้าร่วมประชุมพร้อมด้วย อาเหม็ด อาบูล เกอิต เลขาธิการสันนิบาตอาหรับ

หวังกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาหรับนับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อน พร้อมระบุว่าประชาคมจีน-อาหรับที่มีอนาคตร่วมกันกำลังเติบโต และทั้งสองฝ่ายควรทำความเข้าใจแนวโน้มของการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี ด้วยการสร้างเสริมจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์อย่างเร่งด่วนยิ่งขึ้น

ระหว่างการประชุม หวังได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเสริมสร้างความสามัคคีและการประสานงานเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19

จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับกลุ่มประเทศอาหรับต่อไปเพื่อส่งมอบเวชภัณฑ์ต้านการระบาด แบ่งปันประสบการณ์ และส่งทีมแพทย์ไปช่วยเหลือมากขึ้น รวมทั้งจัดการประชุมความร่วมมือด้านสุขภาพจีน-อาหรับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาวัคซีน และสนับสนุนบทบาทสำคัญขององค์การอนามัยโลก (WHO) หวังกล่าวพร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายคัดค้านการนำโรคโควิด-19 มาโยงกับเรื่องการเมืองและการตีตราต่างๆ รวมทั้งต่อต้านอคติทางเชื้อชาติและอคติเชิงอุดมการณ์

หวังยังเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างหนักแน่น และปกป้องความเที่ยงธรรมและความยุติธรรม โดยย้ำว่าจีนสนับสนุนกลุ่มประเทศอาหรับอย่างหนักแน่นในการปกป้องเสถียรภาพทางการเมืองและทางสังคม รวมถึงการเลือกเส้นทางการพัฒนาอย่างอิสระด้วย

จีนจะยังคงหยัดยืนเคียงข้างชาวปาเลสไตน์และชาวอาหรับ โดยหวังได้กล่าวยกย่องการสนับสนุนของกลุ่มประเทศอาหรับต่อข้อเสนอที่ถูกต้องตามกฎหมายของจีนในประเด็นฮ่องกง ซินเจียง ไต้หวัน และกิจการอื่นๆ ของประเทศจีน

ในแง่ของพหุภาคีและธรรมาภิบาลระดับโลก หวังเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนระบบพหุภาคี (multilateralism) ที่มีสหประชาชาติ (UN) เป็นศูนย์กลาง และระเบียบนานาชาติที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดแจ้ง รวมทั้งปฏิเสธลัทธิเอกภาคนิยม (unilateralism) และการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองอย่างเฉียบขาด

จีนและกลุ่มประเทศอาหรับสามารถเปิดช่องทางด่วนสำหรับการแลกเปลี่ยนบุคลากรที่มีความจำเป็น รวมถึงการยกระดับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานเชิงลึก หวังกล่าวพร้อมกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายผลักดันการก่อสร้างตามแผนริเริ่ม ‘หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง’ สู่ทิศทางที่มีคุณภาพสูง การพัฒนาที่ยั่งยืน และการพัฒนาวิถีชีวิตของผู้คน

มนตรีแห่งรัฐยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องผลักดันการเจรจาทางการเมืองเพื่อส่งเสริมความมั่นคงในตะวันออกกลาง

ด้านรัฐมนตรี 21 คนที่เข้าร่วมการประชุมพร้อมด้วยเลขาธิการสันนิบาตอาหรับได้กล่าวชื่นชมความไว้วางใจและการสนับสนุนที่ดีระหว่างสองฝ่าย ทั้งยังยกย่องความสำเร็จที่สำคัญมากมายของจีนในการต่อสู้กับโรคโควิด-19

พวกเขาเห็นพ้องที่จะทำงานร่วมกับจีนในการวางแผนความสัมพันธ์จีน-อาหรับสำหรับ 2 ปีข้างหน้า เร่งรัดความร่วมมือตามแผนริเริ่ม ‘หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง’ และกระชับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน พลังงาน เทคโนโลยี การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน

ที่ประชุมยังชี้ว่าทั้งสองฝ่ายสนับสนุนบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น พหุภาคีและการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น พวกเขากล่าวว่ากลุ่มประเทศอาหรับสนับสนุนจีนอย่างหนักแน่นในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดน ทั้งยังยึดมั่นในหลักการ ‘จีนเดียว’ สนับสนุนจุดยืนและข้อเสนอที่ถูกต้องตามกฎหมายของจีน เกี่ยวกับกิจการฮ่องกงและซินเจียง รวมถึงต่อต้านการแทรกแซงกิจการภายในของจีน

ในระหว่างการประชุม ทั้งสองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการต่อต้านโรคโควิด-19 ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ปฏิญญาอัมมาน (Amman Declaration) และแผนปฏิบัติการสำหรับการประชุมความร่วมมือจีน-รัฐอาหรับ ปี 2020-2022

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.