(แฟ้มภาพซินหัว: คนจรจัดนอนอยู่ในเต็นท์ของพวกเขา ใต้สะพานฟูลเลอร์ตันอาฟบริเวณทางด่วนเคนเนดี ในรัฐชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2019)

ปักกิ่ง, 14 ก.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) สมาคมจีนเพื่อการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนได้เผยแพร่บทความชิ้นหนึ่งสู่สาธารณชน ที่เปิดโปงความจริงอันร้ายแรงของช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในสหรัฐฯ อย่างชัดแจ้ง และถูกฉาบหน้าไว้ด้วยภาพลักษณ์ที่รุ่งโรจน์ของประชาชนทั่วไป

บทความหัวข้อ “ช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างคนรวย-คนจน จุดชนวนปัญหาสิทธิมนุษยชนที่ยิ่งร้ายแรงในสหรัฐฯ” ระบุว่า ช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างคนรวยและคนจนในสหรัฐฯ เด่นชัดยิ่งขึ้นและทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจที่มีอยู่ในสังคมสหรัฐฯ รุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้คนชนชั้นล่างต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากยิ่งขึ้น

สหรัฐฯ มีประชากรที่มีรายได้ที่สูงจำนวนมาก ขณะที่ประชากรรายได้ปานกลางมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ทว่าอัตราความยากจนยังคงอยู่ในระดับสูง บทความระบุ

บทความยังรายงานว่า ทรัพย์สินของครัวเรือนสหรัฐฯ ที่ร่ำรวยที่สุดซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 0.1 มีมูลค่าเท่ากับทรัพย์สินของครัวเรือนที่อยู่ชั้นล่างในสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 90

สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในหมู่ประเทศตะวันตกที่กว้างที่สุด โดยมีพลเมืองสหรัฐฯ หลายสิบล้านคนที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากจน บทความกล่าวโดยอ้างอิงรายงานพิเศษของสหประชาชาติโดยชี้ว่าความฝันอเมริกัน (American Dream) ได้แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วสู่ “ภาพลวงตาอเมริกัน” (American Illusion)

(แฟ้มภาพซินหัว: คนจรจัดนั่งอยู่ริมถนน ในเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020)

บทความระบุว่าเกือบครึ่งหนึ่งของครัวเรือนสหรัฐฯ ไม่มีสิทธิรับมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยกำลังเผชิญกับภัยจากความหิวโหยและไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน คนไร้บ้านอาศัยอยู่อย่างทุกข์ยาก เด็กที่ยากไร้และคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอยู่อย่างยากลำบากในสหรัฐฯ

ความเครียดอันมีสาเหตุมาจากความยากจนทำให้ชาวอเมริกันต้องทุกข์ทรมานจากสภาพร่างกายโดยรวมที่ย่ำแย่ลง ทั้งยังมีหลายคนที่ไม่สามารถซื้อประกันสุขภาพเนื่องจากขาดเงิน และลงเอยด้วยการไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนนำไปสู่อายุขัยเฉลี่ยของประชากรที่ลดลงและอัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ

“สิ่งที่เรียกว่าระบบประชาธิปไตยในสหรัฐฯ ได้ลิดรอนสิทธิของพลเมืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อันนำไปสู่ช่องว่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างคนรวยและคนจน” บทความระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ขาดเจตจำนงทางการเมืองในการเปลี่ยนรากฐานเชิงโครงสร้างที่นำไปสู่การแบ่งแยกระหว่างคนรวยและคนจน แต่กลับนำนโยบายและมาตรการต่างๆ มาใช้เพื่อขยายช่องว่างให้กว้างขึ้น
ประเด็นนี้มีความเกี่ยวข้องกับระบบการเมืองของสหรัฐฯ และผลประโยชน์ด้านเงินทุนของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างยิ่ง บทความระบุพร้อมเสริมว่า การเน้นพัฒนา “ธนกิจการเมือง” (Money Politics) ได้เปลี่ยนรัฐบาลสหรัฐฯ ให้กลายเป็นโฆษกของกลุ่มคนมีฐานะ
บทความระบุว่า ปัญหาความยากจนขั้นสูงสุดที่ยังไม่อาจแก้ไขได้เป็นผลมาจากการตัดสินใจทางการเมืองของผู้มีอำนาจ

บทความยังตั้งข้อสังเกตว่าการแบ่งแยกชนชั้นระหว่างคนรวยและคนจนในสหรัฐฯ มีแนวโน้มว่าจะคงอยู่ต่อไปในระยะยาว และผลกระทบด้านลบสำคัญที่จะเกิดขึ้นตามมา นั่นคือโอกาสที่ชาวอเมริกันจะได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขและตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนจะลดน้อยลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.