(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้จัดงานแสดงแบบจำลอง 3 มิติของแอนติเจนวัคซีนโควิด-19 ที่บูธของบริษัทซิโนวัค (SINOVAC) ในงานมหกรรมการค้าภาคบริการนานาชาติแห่งประเทศจีน (CIFTIS) ประจำปี 2020 ณ กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน 5 ก.ย. 2020)

ปักกิ่ง, 8 ก.ย. (ซินหัว) — เฉินเหว่ย หัวหน้าทีมวิจัยวัคซีนระบุว่า ปัจจุบันจีนสามารถผลิตวัคซีนโควิด -19 ชนิดตัดต่อพันธุกรรมได้ปีละ 300 ล้านโดส ทั้งยังวางแผนจะขยายขีดความสามารถนี้ต่อไป

อนึ่ง วัคซีนที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม หรือวัคซีนรีคอมบิแนนต์นี้เป็นผลงานการพัฒนาของสถาบันการแพทย์ทหาร สังกัดสถาบันวิทยาการทหาร โดยใช้อะดีโนไวรัสที่มีข้อบกพร่องดัดแปลงเป็นเวกเตอร์

ข้อมูลปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ายีนที่ทีมงานเลือกจากไวรัสมาทำวัคซีน มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการกลายพันธุ์อยู่ในระดับต่ำมาก

เฉินกล่าวว่า จนถึงตอนนี้วัคซีนรีคอมบิแนนต์ดังกล่าวสามารถปิดกั้นการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ และแม้ว่ายีนที่เลือกจะเกิดการกลายพันธุ์ ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันของวัคซีนลดลง แต่วัคซีนที่มีในปัจจุบันยังสามารถใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันขั้นพื้นฐานได้ และจีนยังสามารถพัฒนาวัคซีนที่มุ่งเป้ายับยั้งการกลายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกัน เฉิน ผู้เป็นนักวิชาการของสถาบันบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์แห่งชาติจีนด้วยระบุ

“มันก็เหมือนกับการอัปเกรดและแก้ไขซอฟต์แวร์” เฉินกล่าว

วารสารทางการแพทย์ ‘เดอะ แลนเซต’ (The Lancet) ฉบับเดือนพฤษภาคมระบุว่า ทีมของเฉินได้เริ่มการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ของวัคซีนดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 มี.ค. อันเป็นการทดลองประเภทนี้ครั้งแรกของโลก ซึ่งผู้เข้าร่วมรับวัคซีนทั้งหมด 108 คนล้วนผลิตแอนติบอดีได้

ริชาร์ด ฮอร์ตัน หัวหน้าบรรณาธิการของเดอะ แลนเซตได้เขียนถึงการวิจัยนี้ว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ โดยโพสต์ในทวิตเตอร์ว่าวัคซีนดังกล่าวมีความปลอดภัย ทนต่อผลข้างเคียงได้ดี และก่อให้เกิดการตอบสนองของภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็ว

“การเผยแพร่วิธีการทดสอบและตัวชี้วัดของเราไปทั่วโลกเรา ช่วยให้นักวิจัยจากประเทศอื่นๆ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทั้งยังผลักดันการวิจัยวัคซีนทั่วโลก” เฉินกล่าว

ในเดือนกรกฎาคม ข้อมูลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ของวัคซีนดังกล่าวได้รับการเปิดเผยไปทั่วโลก ซึ่งผลการทดลองทางคลินิกทั้งสองระยะได้ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย

เมื่อเดือนมิถุนายน จีนได้อนุมัติโครงการทดลองสำหรับการใช้วัคซีนโรคโควิด-19 ในกรณีฉุกเฉิน และอนุมัติให้สามารถฉีดวัคซีนรีคอมบิแนนต์แก่กลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสดังกล่าว

ในเดือนสิงหาคม วัคซีนตัวนี้ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งเป็นสิทธิบัตรฉบับแรกของวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีน

เฉินกล่าวว่า ปัจจุบัน วัคซีนตัวนี้ได้ถูกนำไปเข้ารับการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ในหลากหลายประเทศมากขึ้น เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน

แม้ว่าขณะนี้ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะระบุได้แน่ชัดว่าวัคซีนดังกล่าวแสดงประสิทธิภาพได้นานเท่าใด แต่ข้อมูลที่มีแสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้ได้รับวัคซีนในเดือนมีนาคมยังแสดงผลของวัคซีนอยู่ เฉินกล่าวพร้อมเสริมว่าจีนกำลังดำเนินการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

หลังจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 เสร็จสิ้น ทีมจะขยายกำลังการผลิตเพื่อเพิ่มโอกาสการฉีดวัคซีนแก่คนจำนวนมาก

องค์การอนามัยโลกระบุว่าวัคซีนโควิด-19 มากกว่าครึ่งหนึ่งที่เข้าสู่การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ได้รับการพัฒนาโดยจีน ซึ่งบ่งชี้ว่าจีนมีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก เธอกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.