ฮ่องกง, 3 ธ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (3 ธ.ค.) แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (HKSAR) ของจีนระบุว่ากฎหมายเกี่ยวกับฮ่องกงที่เพิ่งผ่านการเห็นชอบจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ และถูกลงนามบังคับใช้โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ เป็นสิ่งที่ “ไม่จำเป็นและไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง”

ระหว่างการแถลงข่าวก่อนการประชุมสภาบริหารประจำสัปดาห์ แลมกล่าวว่ารัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีนไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง 2019 (Hong Kong Human Rights and Democracy Act of 2019) พร้อมระบุว่าการออกกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นการกระทำที่ “น่าผิดหวังยิ่ง” ของสภานิติบัญญัติและรัฐบาลของต่างประเทศ ที่เข้ามาแทรกแซงกิจการฮ่องกงผ่านการออกกฎหมายของประเทศตนเอง

แลมเน้นว่าสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของพลเมืองชาวฮ่องกงได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดีภายใต้รัฐธรรมนูญของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน แลมชี้ว่า “เรามีเสรีภาพอย่างกว้างขวางในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพของสื่อ เสรีภาพในการชุมนุมหรือประท้วง รวมถึงเสรีภาพในการนับถือศาสนา”

แลมกล่าวว่าหอการค้าสำคัญๆ ในฮ่องกงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อกฎหมายฉบับดังกล่าว และชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจนำภัยมาสู่บริษัทสหรัฐฯ เนื่องจากบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ มากกว่า 1,300 แห่งเปิดดำเนินการ หรือกระทั่งตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคบนเกาะฮ่องกง

เมื่อกล่าวถึงการระงับการพิจารณาคำร้องขอแวะเยือนฮ่องกงของเรือรบและอากาศยานของกองทัพสหรัฐฯ และการคว่ำบาตรองค์การนอกภาครัฐ หรือเอ็นจีโอ (NGO) ของสหรัฐฯ บางองค์กร ที่รัฐบาลกลางของจีนประกาศเมื่อวันจันทร์ (2 ธ.ค.) แลมกล่าวว่ารัฐบาลกลางของจีนเป็นผู้รับผิดชอบกิจการต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ขณะที่ฮ่องกงเป็นผู้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.