โรม/เสฉวน, 28 มี.. (ซินหัว)– จางหัวฉง เกษตรกรชนบทจากมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ไม่เคยเดินทางห่างบ้านไปไหนไกลเลยสักครั้งตลอด 52 ปีที่ผ่านมา แต่ทันทีที่ทราบข่าวว่าอิตาลีกำลังบอบช้ำอย่างหนักจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จางได้แสดงความประสงค์ที่จะบริจาคเงินช่วยเหลืออิตาลี ประเทศซึ่งอยู่ไกลแสนไกล

เกษตรกรวัยกลางคนจากตำบลเซี่ยวเต๋อ เมืองเหมียนจู๋ มณฑลเสฉวนรายนี้ ทั้งไม่รู้ว่าตนจะนำเงินไปบริจาคได้ที่ไหน และไม่ทราบด้วยซ้ำว่าประเทศที่มีรูปทรงเหมือนรองเท้าบูตนั้นอยู่ส่วนใดของแผนที่โลกฉันว่าน่าจะไกลพอสมควรเลยจางกล่าว แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังต้องการช่วยเหลืออิตาลีด้วยเหตุผลที่น่าประทับใจ

หมอผู้หญิงชาวอิตาลี สูงราว 170 เซนติเมตร  จางเล่าถึงแพทย์ผู้ที่ช่วยใช้ยารักษาอาการปวดหลังของเธอ และทำการผ่าตัดให้กับพ่อของเธอโดยไม่คิดเงิน หลังทั้งคู่ต้องทนทุกข์จากภัยธรรมชาติครั้งเลวร้ายที่สุดในชีวิตของจางเมื่อ 12 ปีก่อน

หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งประวัติศาตร์ในอำเภอเวิ่นชวน มณฑลเสฉวน เมื่อปี 2008 กลุ่มแพทย์และพยาบาลจากเมืองปิซาประเทศอิตาลี เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่จากต่างแดนกลุ่มแรกที่ยื่นมือช่วยเหลือจีน

ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวที่อำเภอเวิ่นชวน มณฑลเสฉวน เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2008 (บันทึกภาพวันที่ 18 พ.ค. 2008)

คณะแพทย์พยาบาลจากอิตาลีกลุ่มนี้ ได้จัดตั้งโรงพยาบาลที่ทันสมัยพร้อมเครื่องมือแพทย์ระดับสูงที่พวกเขานำมาด้วย ขึ้นในตำบลเซี่ยวเต๋อ โต๊ะและโคมไฟสำหรับผ่าตัดเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเป็นระยะทาง 8,000 กิโลเมตร ก่อนมาถึงที่นี่และยังถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน จั่วเสวี่ยเหม่ย แพทย์จากโรงพยาบาลประชาชนเหมียนจู๋กล่าว

ต่อให้ตอนนั้นเรามีเงิน ก็คงไม่รู้ว่าจะไปหาแหล่งเครื่องมือแพทย์ล้ำสมัยแบบนั้นได้จากไหน และชาวอิตาลีได้มอบโรงพยาบาลสนามแห่งนั้นให้เราทั้งหมดจั่วกล่าว

ภาพถ่ายจากมุมสูงของภาพอำเภอเวิ่นชวน เดือนเมษายน ปี 2018

12 ปีต่อมา ผู้คนในมณฑลเสฉวนต่างส่งกำลังใจและความปรารถนาดีอย่างถึงที่สุดให้กับชาวอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดครั้งนี้หนักหนาที่สุดในยุโรป โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 มี..) อิตาลีมีรายงานยอดผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันสูงถึง 86,498 ราย

ในบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้ง 9 คนของทีมบุคลากรที่จีนส่งไปช่วยอิตาลีสู้ศึกไวรัสทีมแรก 5 คนในนั้นเป็นชาวเสฉวน พวกเขาเดินทางถึงอิตาลีด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ พร้อมๆ กับอุปกรณ์การแพทย์ เช่น หน้ากากอนามัยและเครื่องช่วยหายใจ น้ำหนักรวม 30 ตัน 

เมื่อคณะผู้เชี่ยวชาญจากจีนเข้ามาถึงโรงแรมในกรุงโรม สิ่งที่พวกเขาเห็นบนโต๊ะในห้องพักคือข้อความและรูปภาพธงชาติของทั้งสองประเทศ ซึ่งเขียนเป็นภาษาจีนและอิตาเลียนไว้ว่าโรงแรมตริรัสซา ปาลาเซ ยินดีต้อนรับ และขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ เรายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ ต่อสู้ไปด้วยกัน และจะคว้าชัยร่วมกัน

เหลียงจงอัน หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชาวจีน ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมรับมือโรคระบาดครั้งนี้ของมณฑลเสฉวน เพิ่งเสร็จงานจากแผนกผู้ป่วยหนักก่อนเดินทางมาขึ้นเครื่องบิน ซึ่งต้องโดยสารนานถึง 13 ชั่วโมงก่อนถึงปลายทางในอิตาลี

สภาพแวดล้อมและระบบดูแลสุขภาพของอิตาลีไม่เหมือนกับจีน ดังนั้นคู่มือในการรับมือของเราไม่สามารถเหมือนกันได้ทั้งหมด แต่หลักการทั่วไปในการรักษาและช่วยชีวิตยังคงเหมือนกันเหลียงกล่าว

ถังเมิ่งหลิน หัวหน้าพยาบาลจากหน่วยผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลหัวซี (West China Hospital) ในเครือมหาวิทยาลัยซื่อชวน (เสฉวน) ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของมณฑล กล่าวว่าอิตาลีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ในทวีปยุโรปที่เธออยากไปมากที่สุดมาโดยตลอดแต่ฉันไม่เคยคาดฝันมาก่อนเลยว่าจะได้มาเยือนที่นี่ในสถานการณ์เช่นนี้

เหลียง ถัง และเพื่อนร่วมงานของพวกเขา ได้เห็นกรุงโรมในสภาพเมืองร้างไร้เงาผู้คน ถนนหนทางว่างเปล่า บาร์และร้านค้าปิดยาวทั้งแถบ จัตุรัสที่เคยมีผู้คนพลุกพล่านเงียบสงัด

นี่เป็นเรื่องที่ดีนะหยางฮุ่ยชวน สมาชิกในทีมอีกรายหนึ่งกล่าว พร้อมเล่าถึงประสบการณ์ตอนที่จีนพยายามยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัส  การลดปริมาณผู้คนที่สัญจรไปมา เป็นวิธีกักตัวอย่างหนึ่งที่ช่วยลดการแพร่กระจายของโรค

หยางซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์โลหิต และเป็นผู้บริหารอาวุโสของบริษัทไชน่า เนชันแนล ไบโอเทก กรุ๊ป (China National Biotec Group) ได้นำพลาสมาหรือน้ำเลือดจากผู้ป่วยติดเชื้อที่รักษาจนหายดีมายังอิตาลีด้วย  โดยพลาสมานี้เป็นหนึ่งในวีธีการบำบัดเชิงทดลองที่จีนใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วย และเป็นสิ่งที่ แจมเปียโร รูโปโล (Giampiero Rupolo) ประธานคณะกรรมการสภากาชาดเมืองปาโดวาของอิตาลีให้ความสนใจ

ทีมจีนไม่เพียงแต่แบ่งปันประสบการณ์ด้านนโยบายทั่วไป เช่น การรักษาระยะห่างทางสังคมให้แก่อิตาลี แต่ยังเข้าไปช่วยยังเหลือหน่วยงานดูแลผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลอิตาลีด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่จีนเท่านั้นที่พร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้ในด่านหน้าของสมรภูมิที่อันตราย

เพราะเมื่อปี 2008 แพทย์และพยาบาลชาวอิตาลีที่เดินทางมาถึงศูนย์กลางแผ่นดินไหวในพื้นที่ชนบทของมณฑลเสฉวน เลือกให้ที่นี่เป็นที่ตั้งโรงพยาบาลสนาม การตัดสินใจทำเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ตราบใดที่แรงเคลื่อนอันทรงพลังของแผ่นดินยังพร้อมที่จะสั่นสะเทือนทุกสรรพสิ่งได้ทุกเมื่อเชื่อยาม

ชาวเมืองเหมียนจู๋ยังคงจดจำเรื่องราวที่น่ารักของชาวอิตาลีมาจนถึงทุกวันนี้ พวกเขาเล่นขี่ด้ามไม้กวาดและโบกผ้าเช็ดหน้าสีขาวไว้เหนือหัว เพื่อแสดงเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์เวอร์ชันขี้เล่น และร้องเพลงคุณตาแมคโดนัลด์เป็นเจ้าของนา (Old Macdonald Had A Farm) กับบรรดาเด็กๆ ในชนบท

ผลงานการ์ตูน “แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น” (Tutto Andràbene) ที่สร้างโดย ออโรรา คันโตเน (Aurora Cantone) แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอันแข็งแกร่งของจีนต่ออิตาลีในการต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ความทรงจำเหล่านี้ ทำให้เหล่าแพทย์ในเสฉวนพร้อมใจกันรีบรุดไปช่วยอิตาลี พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากที่อื่นๆ ของจีนอีกจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้าสู่อิตาลี

ลุยจี ดิ แองเจโล (Luigi D’Angelo) หัวหน้าทีมชาวอิตาลีที่เข้ามาช่วยเสฉวนในปี 2008 ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเหตุฉุกเฉิน สังกัดสำนักงานคุ้มครองพลเรือนของอิตาลี รู้สึกประทับใจในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้คนทั้งสองชาติ

เรากลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง เพื่อเดินเคียงข้างกันในภารกิจช่วยเหลือชาวอิตาลี ผมขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานชาวจีน ตอนนี้อิตาลีและจีนกำลังทำงานร่วมกัน ทั้งในด้านประสบการณ์การเผชิญหน้ากับไวรัส ไปจนถึงการรับมือกับสถานการณ์อันเลวร้ายครั้งนี้เขากล่าวพร้อมเสริมว่าแนวคิดของการเป็นประชาคมโลกคือสิ่งที่เราต้องใส่ใจ เพราะตอนนี้จีนและอิตาลีผนึกกำลังกันอีกครั้งเพื่อต่อกรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” 

ติดตามข่าวภาษาอังกฤษเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ของจีนได้ที่ https://en.imsilkroad.com/z/200318-1/index.shtml?from=groupmessage&isappinstalled=0

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.