มะนิลา, 29 ต.ค. (ซินหัว) — หนังสือเล่มใหม่ที่ตีพิมพ์ร่วมโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (29 ต.ค.) ระบุว่าในทศวรรษหน้า ประเทศกำลังพัฒนาในทวีปเอเชียจะต้องลงทุนให้ได้มากกว่าร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพื่อตอบสนองความจำเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐานตามขนาดเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

หนังสือ “ทุ่มทุนให้โครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย” (Infrastructure Financing in Asia) ระบุว่าขณะนี้ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากในทวีปเอเชียและภูมิภาคแปซิฟิก ลงทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่ำกว่าร้อยละ 5 ของจีดีพี

หนังสือระบุว่าด้วยอัตราดังกล่าว การจัดหาทุนให้กับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรักษาการเติบโตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ยาก

รายงานของธนาคารฯ ประเมินว่าความจำเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนาในทวีปเอเชียและภูมิภาคแปซิฟิก จะทะลุ 22.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 683 ล้านล้านบาท) ในปี 2030 หรือ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 45 ล้านล้านบาท) ต่อปี ซึ่งเงินจำนวนนี้รวมทุนสำหรับการบรรเทาและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศแล้ว

ในการแก้ปัญหาดังกล่าว หนังสือเล่มนี้เสนอแนวทางนโยบายต่างๆ จำนวนมาก อาทิ การเงินสาธารณะที่มีขอบเขตกว้างขวางและการปฏิรูปเชิงองค์กร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยแก่หุ้นส่วนต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน

หนังสือเล่มนี้เสนอแนวทางแก้ไขแบบคิดนอกกรอบ ในรูปแบบของการจัดหาเงินทุนจากภาษี การลงทุนระบบขนส่งมวลชน และการลงทุนด้านพลังงานอัจฉริยะ เพื่อลดช่องว่างทางการเงินของโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ หนังสือยังอธิบายถึงวิธีจัดหาเงินทุนทางเลือกแบบต่างๆ เพื่อปลดล็อกทุนระยะยาวจากผู้ลงทุนสถาบัน (institutional investor) พร้อมทั้งเสนอกลไกในการเจาะตลาดตราสารหนี้ต่างๆ ในภูมิภาค

“ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียต้องหาทางออกใหม่ที่เป็นนวัตกรรมและคิดนอกกรอบ เพื่อตอบสนองความต้องการในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปริมาณมหาศาล” แบมแบง ซูซานโทโน (Bambang Susantono) รองประธานฝ่ายการจัดการความรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืนของธนาคารฯ กล่าว

ซูซานโทโนมีความเชื่อมั่นว่า หนังสือเล่มนี้ซึ่งประมวลความรู้จากบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในและนอกธนาคารฯ “จะสามารถกำหนดทิศทางที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนในการจัดหาเงินทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งยังเป็นอาหารทางความคิด”

ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1966 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และมีเจ้าของร่วมทั้งสิ้น 68 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มี 49 ประเทศอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

copied!

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.