(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายยามค่ำคืนของเดอะบันด์ในนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2019)

เบอร์ลิน, 17 ก.ค. (ซินหัว) — การศึกษาของสถาบันเศรษฐกิจเยอรมัน (IW) ที่ตีพิมพ์เมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) เผยว่าจีนกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็น “ประเทศปลายทางการส่งออกอันดับหนึ่ง” ของเยอรมนี นับตั้งแต่วิกฤตการณ์โรคโควิด-19 ส่ง ผลกระทบต่อการค้าโลก

ในขณะที่สถานการณ์ในตลาดส่งออกของเยอรมนีหลายแห่งซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง “เศรษฐกิจจีนกลับมองไปข้างหน้าด้วยทัศนคติที่ดีและรอบคอบ” กาลินา โกเลฟ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส และหัวหน้ากลุ่มวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคและวัฏจักรธุรกิจของสถาบันเศรษฐกิจเยอรมันกล่าว

สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าการส่งออกของเยอรมนีไปยังประเทศจีนลดลง “แค่พอประมาณ” โดยลดลงร้อยละ 12.3 เหลืออยู่ที่ 7.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท) ในเดือนพฤษภาคม ในช่วงเวลาเดียวกันการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาลดลงถึงร้อยละ 36.5 อยู่ที่ 6.5 พันล้านยูโร (ประมาณ 2.3 แสนล้านบาท)

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายตึกระฟ้าของย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2020)

สถาบันชี้ว่าแนวทางที่แตกต่างในการรับมือวิกฤตการณ์โควิด-19 ทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลง “ความสำคัญ” ของประเทศต่างๆ ที่มีต่อเศรษฐกิจเยอรมันในปี 2020 โกเลฟย้ำว่า “การที่จีนเติบโตขึ้นมาเป็นประเทศปลายทางการส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศนั้นมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์เป็นพิเศษ”

ทั้งนี้ ในปี 2019 จีนก็ครองตำแหน่งลูกค้ารายสำคัญอันดับ 3 ของเศรษฐกิจของเยอรมนี โดยมีสินค้าส่งออกมูลค่า 96 พันล้านยูโร (ประมาณ 3.4 ล้านล้านบาท) ตามหลังสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส

ช่องว่างการส่งออกระหว่างจีนกับประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนีได้ลดลงอย่างมากในช่วง 5 เดือนแรกของปี แม้ข้อมูลทางการของเดือนมิถุนายนยังไม่เปิดเผยในขณะนี้ แต่สถาบันคาดว่าจีนเข้ามาแทนที่ฝรั่งเศสในฐานะตลาดส่งออกอันดับ 2 ของเยอรมนีเมื่อเดือนที่แล้ว

โกเลฟกล่าวว่าวิกฤตโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ “เร่งกระบวนการบางอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายสิบปี” การเติบโตของเศรษฐกิจจีน ซึ่งขณะนี้เริ่มชะลอตัวลงแล้วแต่ยังคงค่อนข้างสูงตามมาตรฐานสากล ส่งผลให้จีนเป็น “ตลาดส่งออกที่น่าดึงดูด”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.