(แฟ้มภาพซินหัว: ธงชาติของจีนและสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2015)

วอชิงตัน, 12 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (11 ส.ค.) สภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน (USCBC) เปิดเผยผลสำรวจสมาชิกประจำปีว่าธุรกิจสหรัฐฯ จะไม่ถอนตัวออกจากตลาดจีนแม้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนในตอนนี้จะ “ตกต่ำเป็นประวัติการณ์” ท่ามกลางการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

การสำรวจระบุว่า “ทั้งข้อมูลที่เรามีและจากการสนทนากับบรรดาบริษัทสมาชิก ล้วนบ่งชี้ว่าบริษัทอเมริกันจะยังคงตั้งมั่นทำธุรกิจในตลาดจีนต่อในระยะยาว”

สภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน เป็นกลุ่มการค้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทสหรัฐฯ ที่ทำธุรกิจกับจีนมากกว่า 200 แห่ง

การสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นกับบริษัทที่เป็นสมาชิกสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีนมากกว่า 100 แห่งช่วงปลายเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ชี้ว่าร้อยละ 83 ของบริษัทเหล่านี้ยกให้จีนเป็นประเทศที่มีความสำคัญสูงสุดหรือเป็นหนึ่งในห้าประเทศที่สำคัญที่สุดสำหรับกลยุทธ์ระดับโลกของตน

สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจในประเทศจีนระยะ 5 ปี บริษัทเหล่านี้ต่างก็มองในแง่ดีไม่ต่างกัน โดยเกือบร้อยละ 70 แสดงความเห็นว่าพวกเขามองแนวโน้มการค้าของตลาดจีนในแง่บวก

นอกจากนี้ บริษัทร้อยละ 91 ระบุว่าการดำเนินงานในประเทศจีนของตนนั้นทำกำไร แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยการสำรวจแสดงให้เห็นว่าข้อจำกัดเบื้องต้นในการทำกำไรคือโรคโควิด-19 และผลกระทบที่โรคนี้มีต่อเศรษฐกิจ

ด้วยความเชื่อมั่นในระยะยาวที่มีต่อตลาดจีน บริษัทร้อยละ 87 ระบุว่าตนไม่มีแผนที่จะย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีน และมีบริษัทบางแห่งที่กำลังเล็งหาช่องทางการลงทุนที่มีศักยภาพครั้งใหม่

อย่างไรก็ตามหนึ่งในสี่ของบริษัทในสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน ได้ลดระดับหรือยุติการลงทุนในจีนที่ตนได้วางแผนไว้ในปีที่แล้ว โดยผลการสำรวจชี้ว่าเหตุผลหลักๆ คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเพราะโรคโควิด-19

การสำรวจดังกล่าวยังระบุด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ถือเป็นความท้าทายอันดับต้นๆ สำหรับบริษัทสหรัฐฯ ในจีนเป็นปีที่สามต่อเนื่องกัน โดยร้อยละ 86 ของบริษัทเหล่านี้กล่าวว่าความตึงเครียดทางการค้าของสองประเทศได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ตนมีกับจีน

“การค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ กับจีน สนับสนุนการจ้างงานชาวอเมริกันประมาณ 2.6 ล้านคน” เครก อัลเลน ประธานสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีนกล่าว “เราจำเป็นต้องรักษาและเพิ่มการจ้างงานนี้ในอนาคต พร้อมทั้งหาวิธีลดความขัดแย้งด้านอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์”

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางธุรกิจในระดับสูงซึ่งทุกฝ่ายยังต้องเจออย่างถ้วนหน้า ข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ของจีน-สหรัฐฯ ได้สร้าง “ความเชื่อมั่นประมาณหนึ่ง” ให้แก่สภาพแวดล้อมการลงทุนของจีน โดยมีการ “ตรึงอัตราภาษีเพิ่มเติมรวมถึงรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ทางการค้าโดยรวม” การสำรวจระบุ พร้อมชี้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 88 มีมุมมองเชิงบวกหรือเชิงบวกในระดับหนึ่งต่อข้อตกลงนี้

“ตอนนี้บรรดาบริษัทต่างเห็นผลลัพธ์ของข้อตกลงนี้โดยเฉพาะการเปิดกว้างของตลาด” อัลเลนกล่าวและทิ้งท้ายว่า “ข้อตกลงระยะที่หนึ่งจะต้องประสบความสำเร็จหากเราเจรจาการค้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและทำต่อไปสู่ระยะที่สอง ผลการสำรวจแสดงให้เราเห็นว่ายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.