เบอร์ลิน, 9 ก.ค. (ซินหัว) — งานวิจัยจากมูลนิธิแบร์เทลส์มันน์ (Bertelsmann Foundation) ซึ่งได้รับการเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 ก.ค.) เผยว่า ช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองที่ “แข็งแกร่ง” และเมืองที่ “อ่อนแอ” ในประเทศเยอรมนีกำลังถูกถ่างให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีก็ตาม

รายงานระบุว่า ในปี 2018 เมืองเทศบาลนครและเขตในประเทศเยอรมนีมีจำนวนเงินส่วนเกินเหลือติดต่อกันเป็นปีที่ 7 แล้ว และเงินทุนสำรองทั่วประเทศก็เพิ่มจากปี 2012 ที่ 3.3 หมื่นล้านยูโร (1.1 ล้านล้านบาท) มาเป็น 4.8 หมื่นล้านยูโร (1.6 ล้านล้านบาท) ในปี 2017

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าความมั่งคั่งนี้ไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียมในหลายเมืองของประเทศ

เทศบาลนคร 39 แห่งจาก 40 แห่งที่มีอัตราการเก็บภาษีสูงสุดอยู่ทางตะวันตกของเยอรมนี ในขณะที่เทศบาลนคร 35 แห่งใน 40 แห่งที่เก็บภาษีต่ำที่สุดในประเทศอยู่ทางตะวันออก

“ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองที่แข็งแกร่งและเมืองที่อ่อนแอขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โอกาสต่างๆ ในชีวิตประชาชนเริ่มขึ้นอยู่กับเมืองที่เขาอาศัยอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ” รายงานระบุ

ความแตกต่างทางการเงินของเมืองแต่ละแห่งในประเทศเยอรมนีสูงมาก โดยในช่วงปี 2010-2019 “กลุ่มเมืองที่แข็งแกร่ง” ของประเทศเยอรมนีมีเงินทุนสำรองมากขึ้น 3.8 พันล้านยูโร (1.3 แสนล้านบาท) ในขณะที่ “กลุ่มเมืองที่อ่อนแอ” ของประเทศขาดดุลถึง 900 ล้านยูโร (3.1 หมื่นล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกัน

รายงานระบุว่ากลุ่มเมืองทางตอนใต้ของประเทศมีรายได้สูงเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในประเทศ และกลุ่มเมืองทางตะวันออกมีรายได้ต่ำ

มิวนิกเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเยอรมนี โดยรายได้จากภาษีที่เก็บได้อยู่ที่ 3,816 ยูโร (131,527) ต่อหัว ในขณะที่พื้นที่ที่ยากจนที่สุดเก็บภาษีได้เพียง 667 ยูโร (22,989) ต่อคน

มูลนิธิแบร์เทลส์มันน์รายงานว่ารายได้จากภาษีของเมืองต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจในภูมิภาค ทำให้ “แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เมืองอ่อนแอจะสามารถไล่ตามเมืองแข็งแกร่งได้ทัน”

“กลุ่มเมืองที่อ่อนแอมีรายได้จากภาษีต่ำกว่าเมืองอื่นๆ และมีค่าใช้จ่ายทางสังคมมากกว่า รวมถึงการขาดดุลระยะยาวด้วย” เรนี ไจส์เลอร์ ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินระดับเทศบาลนครจากมูลนิธิแบร์เทลส์มันน์กล่าว

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลุ่มเมืองอ่อนแอมากมายเพิ่มอัตราภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเมืองและแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมดังกล่าว “อัตราภาษีท้องถิ่นกลายเป็นจุดอ่อนของแต่ละพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ” ไจส์เลอร์กล่าว

“การช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมที่เมืองเหล่านี้ต้องได้รับ คือความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาให้กลุ่มเมืองที่มีหนี้สูง” บวคการ์ด ยุง ประธานกลุ่มสมาคมเมืองแห่งเยอรมนี ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น ซีดีเอฟ (ZDF) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

“คนในชาติต้องร่วมแรงร่วมใจกันให้การสนับสนุนกลุ่มเมืองและภูมิภาคที่ยากจนเหล่านี้” ยุงกล่าวย้ำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.