อัมมาน, 21 ก.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 ก.ค.) ผู้เชี่ยวชาญชาวจอร์แดนกล่าวว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตขึ้นอีกแม้จะยังมีความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ ก็ตาม

“จีนเป็นผู้ส่งออกที่แข็งแกร่งและมีความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา แอฟริกา รัสเซีย ยุโรป และเอเชีย ซึ่งทำให้เศรษฐกิจจีนสามารถเอาชนะผลกระทบจากมาตรการเก็บภาษีเพิ่มเติมของสหรัฐฯ ได้” คาเลด ซูบีดี นักเศรษฐศาสตร์ชาวจอร์แดนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัว

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกเศรษฐกิจจีนเติบโตร้อยละ 6.3 เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 45 ล้านล้านหยวน (ราว 201 ล้านล้านบาท) สอดคล้องกับเป้าหมายประจำปีของรัฐบาลซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6-6.5

ซูบีดีกล่าวว่านโยบายเศรษฐกิจจีนมีความยืดหยุ่นจึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ในขณะเดียวกันความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะย้อนกลับไปส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ ในที่สุด โดยนอกจากจะชะลอการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจแล้วยังจะทำลายภาคการส่งออกอีกด้วย

แม้ในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ เศรษฐกิจจีนกลับเติบโตในหลายภาคส่วนรวมถึงเทคโนโลยีและดิจิทัล ซูบีดีจึงกล่าวว่า “อาวุธภาษี” ของสหรัฐฯ ไม่อาจทำร้ายประเทศจีนได้มากนัก

คาลิล ฮัจ ตูฟิก รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของจอร์แดน กล่าวว่าการที่เศรษฐกิจจีนเติบโตขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกแสดงให้เห็นว่าจีนรับมือกับผลกระทบของความตึงเครียดทางการค้าจีน-สหรัฐฯ ได้

“ความเปิดกว้างของจีนและนโยบายการปฏิรูปพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตลาดจีนยังคงเติบโตเฟื่องฟู และจีนกำลังมุ่งสู่การเป็นคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน” ฮัจ ตูฟิกกล่าว

ฮัจ ตูฟิกกล่าวเสริมว่าว่าแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ได้สร้างระบบการค้าพหุภาคีแบบใหม่ขึ้นมาและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อียาด อาบู ฮัลตัม สมาชิกสภาอุตสาหกรรมอัมมาน (Amman Chamber of Industry) กล่าวว่าเศรษฐกิจประเทศจีนถือว่ามีความปลอดภัยสำหรับการลงทุน

อาบู ฮัลตัมกล่าวว่า นอกจากด้านเศรษฐกิจแล้ว จีนยังให้ความสำคัญด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยการขยายความร่วมมือกับทุกประเทศทั่วโลกภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ต่างกับมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่มิได้สร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.