โตเกียว, 6 ม.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (6 ม.ค.) กลุ่มอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ในญี่ปุ่นใน 2019 ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยมีสาเหตุหลักจากความต้องการซื้อที่ซบเซาลง สืบเนื่องจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและการขึ้นภาษีบริโภค

สมาคมตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) ระบุว่าเมื่อปี 2019 ญี่ปุ่นมียอดขายรถยนต์ใหม่จำนวน 5,195,216 คัน ลดลงร้อยละ 1.5 จากปี 2018 ส่วนยอดขายรถยนต์ที่ไม่รวมยอดขายรถยนต์ขนาดเล็ก อยู่ที่ 3,284,870 คัน ลดลงร้อยละ 1.9 เป็นปีที่สองติดต่อกัน

ด้านบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ บริษัทนิสสันมอเตอร์ (Nissan Motor) มียอดขายลดลงร้อยละ 13.8 อยู่ที่ 367,514 คัน อันเป็นผลจากความวุ่นวายด้านการจัดบริหารจัดการและการลดต้นทุน สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมคาร์ลอส กอส์น (Carlos Ghosn) อดีตประธานบริษัทฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018

ส่วนบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor Corp.) มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 อยู่ที่ 1,510,741 คัน ขณะที่บริษัทฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) มียอดขายลดลงร้อยละ 5.4 อยู่ที่ 357,242 คัน

ขณะเดียวกัน สมาคมยานพาหนะชนิดเบาและรถจักรยานยนต์ของญี่ปุ่น (Japan Light Motor Vehicle and Motorcycle Association) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ขนาดเล็ก หรือรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 660 ซีซี ในปี 2019 ลดลงร้อยละ 0.7 มาอยู่ที่ 1,910,346 คัน นับเป็นยอดขายที่ลดลงครั้งแรกในรอบ 3 ปี

“ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลายครั้ง อาทิ พายุไต้ฝุ่น (ซึ่งกระทบหลายพื้นที่ ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม) ส่งผลเสียต่อตลาดรถยนต์” โฆษกสมาคมกล่าวกับสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่น พร้อมเสริมว่าการขึ้นภาษีบริโภคจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 10 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2019 อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.