เจนีวา, 25 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (25 พ.ย.) รายงานล่าสุดขององค์การสหประชาชาติ (UN) เตือนว่าระดับก๊าซเรือนกระจกที่กักความร้อนอยู่ในชั้นบรรยากาศ ได้ทะลุสถิติเดิมแล้ว ซึ่งจะก่อผลกระทบร้ายแรงต่อคนรุ่นหลัง จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เพิ่มมากขึ้น

ไม่มีสัญญาณใดๆ เลยที่บ่งบอกว่าความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศจะลดลง แม้จะมีข้อผูกพันต่างๆ ภายใต้สนธิสัญญาปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศก็ตาม” เปตเตรี ตาลัส (Petteri Taalas) เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) กล่าวในพิธีออกแถลงการณ์ก๊าซเรือนกระจกขององค์การฯ (WMO Greenhouse Gas Bulletin) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (25 พ.ย.)

คงต้องทวนกันหน่อยว่า ครั้งล่าสุดที่โลกของเราเจอกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีความเข้มข้นพอจะเทียบเคียงได้กับตอนนี้ก็นานถึง 3-5 ล้านปีที่แล้ว ตอนนั้นอุณหภูมิอุ่นกว่าตอนนี้ 2-3 องศาเซลเซียส ระดับน้ำทะเลสูงกว่าตอนนี้ 10-20 เมตร” ตาลัสกล่าว

แถลงการณ์ดังกล่าวเปิดเผยว่าความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยทั่วโลกเมื่อปี 2018 พุ่งขึ้นแตะ 407.8 ส่วนในล้านส่วน จากเคยอยู่ที่ 405.5 ส่วนในล้านส่วนเมื่อปี 2017 การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบระหว่างปี 2017 กับปี 2018 ใกล้เคียงกันมากกับข้อมูลที่เทียบระหว่างปี 2016 กับปี 2017 ทั้งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกทะลุระดับ 400 ส่วนในล้านส่วนอันเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญยิ่งเมื่อปี 2015

องค์การฯ เปิดเผยว่าขณะที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังกระจายตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศนานหลายศตวรรษและกระจายในท้องมหาสมุทรนานกว่านั้น ทว่าความเข้มข้นของก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์ก็เพิ่มขึ้นในระดับสูงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

นับตั้งแต่ปี 1990 ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนต่อสภาพอากาศอันเกิดจากก๊าซเรือนกระจกที่มีอายุยาวนาน ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 43 โดยมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็นร้อยละ 80

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสาเหตุหลักของระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะเชื้อเพลิงฟอสซิลเกิดจากซากพืชที่ทับถมเป็นเวลาหลายล้านปีและไม่มีคาร์บอนกัมมันตรังสี ดังนั้นการเผาไหม้จะกลายเป็นการเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดปริมาณคาร์บอนกัมมันตรังสีในบรรยากาศ

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังคาดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะไม่แตะระดับจะสูงสุดในปี 2030 โดยมิต้องกล่าวถึงปี 2020 หากยังมีการดำเนินนโยบายด้านสภาพอากาศและคงจุดมุ่งหมายต่อไป ทั้งนี้ แถลงการณ์อ้างอิงข้อมูลจากรายงานว่าด้วยเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปี 2019 (Emissions Gap Report) โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ซึ่งระบุว่าในปี 2018 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มสูงขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

copied!

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.