ซิดนีย์, 6 ก.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (6 ก.ย.) สื่อออสเตรเลียรายงานว่าปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศที่เกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งทำให้อากาศที่ลอยตัวเหนือทวีปแอนตาร์กติกาอุ่นขึ้นจนแตะระดับ 40 องศาเซลเซียสในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ภัยแล้งที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญขยายระยะเวลาออกไปอีก

ปรากฏการณ์ดังกล่าวซึ่งเรียกว่าภาวะบรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียร์อุ่นขึ้นอย่างฉับพลัน (Sudden Stratospheric Warming – SSW) เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สูงจากขั้วโลกใต้ราว 30 กิโลเมตร และคาดว่าจะส่งผลให้อุณหภูมิในออสเตรเลียเพิ่มสูงขึ้น และจะลดปริมาณน้ำฝนในออสเตรเลียด้วย

“ปกติเราจะสังเกตการณ์สภาพอากาศทั่วทั้งออสเตรเลีย แต่ปรากฏการณ์นี้หลักๆ แล้วจะเป็นหนักในบริเวณฝั่งตะวันออกของประเทศ ซึ่งอากาศเริ่มอุ่นและแห้งขึ้นตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อน” แฮร์รี เฮนดอน (Harry Hendon) นักพยากรณ์อากาศประจำสำนักงานอุตุนิยมวิทยา (BoM) กล่าวกับสำนักข่าวเอบีซี (ABC)

ขณะนี้ฝั่งตะวันออกของออสเตรเลียกำลังเผชิญกับภัยแล้งซึ่งกินเวลายาวนาน และเป็นอันตรายต่อบรรดาเกษตรกรและชุมชนต่างๆ

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์มวลอากาศร้อนลักษณะดังกล่าวที่เกิดในซีกโลกได้เคยถูกบันทึกไว้เพียงครั้งเดียว นั่นคือเมื่อปี 2002 ซึ่งประจวบกับเป็นปีที่แห้งแล้งที่สุดของออสเตรเลีย

“เรามองว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายใน และเกิดขึ้นได้ยากมากๆ ในซีกโลกใต้” เฮนดอนกล่าว พร้อมอธิบายว่าภาวะโลกร้อนไม่ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ผิดปกตินี้ และความจริงแล้วปรากฏการณ์นี้ค่อนข้างเกิดขึ้นบ่อยครั้งในซีกโลกเหนือ

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้ลมตะวันตกที่จะพัดมายังตอนใต้ของออสเตรเลีย เปลี่ยนทิศไปทางเหนือ ซึ่งเป็นรูปแบบปรากฏการณ์ที่เรียกว่าความแปรปรวนในบรรยากาศซีกโลกใต้เชิงลบ (Southern Annular Mode – SAM) ซึ่งพัดพาอากาศแห้งเข้าไปในพื้นที่รัฐนิวเซาท์เวลส์และตอนใต้ของรัฐควีนสแลนด์

“จะต้องมีฝนตกปริมาณมากในภูมิภาคเหล่านี้ เพื่อยุติภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้น … เช่นเดียวกับชาวออสเตรเลียคนอื่นๆ พวกเราเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตุฯ หวังว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งจะได้รับน้ำฝนในเร็ววัน” ดร.แอนดรูว์ วัตคินส์ (Andrew Watkins) ผู้จัดการฝ่ายการพยากรณ์ระยะยาวของสำนักงานอุตุฯ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

copied!

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.