ปักกิ่ง, 14 ก.พ. (ซินหัว) — องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ตีพิมพ์บทความอธิบายความแตกต่างระหว่าง “ไข้หวัด” และอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 (COVID-19)

ข้อมูลขององค์การฯ ระบุว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดธรรมดา มักมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินหายใจเหมือนกัน เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล ทว่าแม้ว่าจะมีอาการเหมือนกันหลายอย่าง แต่ทั้งหมดเกิดจากไวรัสต่างชนิดกัน

เนื่องจากความคล้ายคลึงกันดังกล่าว จึงการยากที่จะระบุโรคได้โดยดูตามอาการเพียงอย่างเดียว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าติดไวรัสโควิด-19 หรือไม่

ในบทความ องค์การฯ แนะนำให้ผู้ที่มีอาการไอ มีไข้ และหายใจติดขัด ไปพบแพทย์โดยเร็ว และควรแจ้งผู้ให้บริการด้านสุขภาพ หากตนมีประวัติเดินทางก่อนมีอาการ 14 วัน หรือมีประวัติติดต่อใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยที่มีอาการระบบทางเดินหายใจ

สำหรับเรื่องระยะฟักตัวของไวรัสดังกล่าว องค์การฯ อธิบายว่าประมาณการล่าสุดชี้ว่าระยะฟักตัวของเชื้ออยู่ที่ 1-12.5 วัน โดยมีค่ากลางอยู่ที่ราว 5-6 วัน และจะปรับตัวเลขดังกล่าวใหม่หากได้ข้อมูลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม องค์การฯ ระบุว่าหากอิงข้อมูลจากโรคอื่นๆ ที่เกิดจากไวรัสโคโรนา เช่น เมอร์ส (MERS) และซาร์ส (SARS) ระยะฟักตัวของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อาจนานได้ถึง 14 วัน

องค์การฯ เสริมว่าการทำความเข้าใจระยะเวลาที่ผู้ป่วยติดเชื้อและอาจแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับมาตรการควบคุมโรค อีกทั้งข้อมูลทางการแพทย์เชิงลึกที่ได้จากผู้ติดเชื้อก็เป็นสิ่งจำเป็นในการระบุช่วงเวลาที่ผู้ติดเชื้อจะแพร่เชื้อไวรัสชนิดนี้เช่นกัน

นอกจากนั้น รายงานล่าสุดชี้ว่าอาจเป็นไปได้ที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะแพร่เชื้อได้ก่อนแสดงอาการที่สำคัญต่างๆ อย่างไรก็ดี เมื่ออิงจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ผู้ที่ทำให้ไวรัสแพร่กระจาย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่ปรากฏอาการของโรคแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

copied!

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.