เม็กซิโกซิตี, 13 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.) กระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโกเผยว่าเม็กซิโกได้เจรจากับสหรัฐฯ และแคนาดา เพื่อรับมือความท้าทายที่เผชิญร่วมกันในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

แถลงการณ์กระทรวงฯ ระบุว่า “การเจรจาทำให้ทั้ง 3 ประเทศได้หารือถึงปัญหาที่มีร่วมกัน และหาแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรับมือกับโรคโควิด-19”

แถลงการณ์กระทรวงฯ ระบุว่าการสนทนาประจำสัปดาห์ระหว่างจูเลียน เวนทูรา (Julian Ventura) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ ของเม็กซิโก กับ สตีเฟน เบกัน (Stephen Biegun) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ ของสหรัฐฯ และมาร์ทา มอร์แกน (Marta Morgan) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงฯ ของแคนาดา ทำให้ทั้ง 3 ประเทศได้กระชับความร่วมมือกันในการนำพลเมืองของตนกลับจากภูมิภาคอื่นของโลก รวมถึงติดตามช่องทางในการส่งอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น และกำกับดูแลการจัดการบริเวณพรมแดน

การแลกเปลี่ยนระดับไตรภาคี เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาที่กำลังดำเนินไปในหลายประเด็น เช่น เศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านสาธารณสุข การขนส่งมวลชนและสินค้าพื้นฐาน โดยเม็กซิโกจะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านกลไกทางสถาบัน

ทั้งนี้ เม็กซิโกได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขแห่งชาติเมื่อปลายเดือนมีนาคม เพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 จากข้อมูลในเว็บไซต์ของศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เมื่อเวลา 19.32 น. ตามเวลาประเทศไทยเม็กซิโกมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวม 38,324 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3,926 ราย

(แฟ้มภาพซินหัว : คนงานฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่ตลาดแห่งหนึ่งในกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก ซึ่งถูกปิดเนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2020)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.