วอชิงตัน, 21 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) นิโคลัส ลาร์ดี (Nicholas Lardy) นักวิชาการอาวุโสประจำสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน (PIIE) แห่งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่าการตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ขนานใหญ่ของจีน อาจช่วยปูทางให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

ลาร์ดีวิเคราะห์ว่า “แม้จะไม่มีข้อมูลระดับประเทศอย่างเป็นทางการว่าจีนดำเนินการตรวจโรคโควิด-19 ไปมากเท่าใด แต่รายงานข่าวระบุว่า อย่างน้อยจีนได้ทำการทดสอบอย่างเป็นวงกว้างและทำอย่างมีกลยุทธ์ในบางพื้นที่”

ลาร์ดีกล่าวต่อไปว่า “การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนขึ้นอยู่กับการฟื้นภาคบริการเป็นสำคัญ กลยุทธ์การตรวจหาโรคโควิด-19 ขนานใหญ่ จึงสามารถช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ เป็นการปูทางสำหรับการฟื้นตัวของการบริโภคของภาคเอกชนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

นักวิชาการระบุว่า “ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจากการตรวจหาผู้ติดเชื้ออย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้ทราบว่าจำนวนผู้ป่วยไร้อาการนั้นมีอยู่ค่อนข้างจำกัดนั้น ยังเป็นเงื่อนไขที่ประชาชนจะพิจารณาก่อนกลับมาท่องเที่ยว ชอปปิง รับประทานอาหาร และดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ภาคบริการซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงฟื้นตัว”

ลาร์ดีระบุเพิ่มเติมว่าการปูพรมตรวจเชื้อเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะช่วยหลีกเลี่ยงการติดเชื้อระลอกสอง ซึ่งอาจนำไปสู่การปิดเมืองอีกครั้ง รวมถึงเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่าโรคโควิด-19 ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี (GDP) ของจีนในไตรมาสแรกลดลงร้อยละ 6.8 เมื่อเทียบปีต่อปี

ด้านเจฟฟรีย์ แซคส์ (Jeffrey Sachs) ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ชื่อดังประจำมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและที่ปรึกษาอาวุโสของสหประชาชาติ กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวเมื่อไม่นานมานี้ว่าผลผลิตในจีนจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่สองและช่วงเวลาที่เหลือตลอดปี 2020

แซคส์เสริมว่า “ท้ายที่สุดแล้วการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนย่อมจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของประเทศส่วนใหญ่ในทั่วโลก ในเอาชนะโรคระบาดร่วมกันอย่างเหนียวแน่น”

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากผู้เข้ารับการตรวจโรคโควิด-19 ในเมืองซูหลาน มณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 17 พ.ค. 2020)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.