(แฟ้มภาพซินหัว: ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2020)

วอชิงตัน, 30 มิ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (29 มิ.ย.) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) รายงานว่า การทดสอบในหมู่ผู้มีประวัติติดต่อกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่อยู่ในเรือนจำและสถานกักกันของสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการและผู้ป่วยที่อยู่ในระยะก่อนแสดงอาการ (presymptomatic) มีอัตราสูง

รายงานระบุว่า ผู้ป่วยสองกลุ่มนี้ผ่านขั้นตอนคัดกรองอาการโดยไม่ถูกตรวจพบว่ามีความผิดปกติ โดยราว 1 ใน 4 ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ถูกตรวจเจอหลังผ่านการทดสอบแบบซ้ำเป็นระยะ (serial testing) ระหว่างการกักกัน

ศูนย์ระบุว่า ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่เรือนจำและสถานกักกันกำลังเผชิญในการตรวจสอบและการบรรเทาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคและสำนักสาธารณสุขรัฐลุยเซียนาได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเพื่อประเมินอัตราการแพร่ระบาดของการติดโรคโควิด-19 ในกลุ่มผู้ถูกจองจำและถูกกักตัวอยู่ในแหล่งกักกันต่างๆ

โดยระหว่างวันที่ 7-21 พ.ค. พบว่ามีผู้ได้รับผลยืนยันว่าติดโรคโควิด-19 จากการทดสอบซ้ำเป็นระยะของห้องปฏิบัติการ 71 ราย โดยผู้ติดเชื้อเหล่านี้มาจากผู้ถูกจองจำและถูกกักตัวเนื่องจากมีประวัติสัมผัสกับไวรัสก่อนหน้านี้ 98 ราย

ศูนย์ยังระบุว่า ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้มีผลการทดสอบเป็นบวก เคยมีประวัติการทดสอบเป็นลบมาก่อน 1-2 ครั้งระหว่างอยู่ในสถานกักกัน อีกทั้งร้อยละ 45 ของผู้มีผลเป็นบวกยังไม่มีรายงานแสดงอาการใดๆ ในช่วงเวลาที่ทำการทดสอบด้วย

ศูนย์รายงานว่าการค้นพบเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การแพร่เชื้อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่ผู้ถูกกักกันที่อาศัยอยู่ในสถานที่ดังกล่าว ซึ่งการทดสอบซ้ำเป็นระยะ มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในหมู่ผู้มีประวัติติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ป่วยได้อย่างแน่ชัดและสามารถแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขอย่างรวดเร็วในสถานที่ที่มีผู้คนพักอยู่ร่วมกันเช่นนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.