(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคราวระเบียงในสถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 8 ก.ค. 2020)

วอชิงตัน, 9 ก.ค. (ซินหัว) — หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสหรัฐฯ เตือนว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) อายุน้อยในสหรัฐฯ ซึ่งประสบภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพในระยะยาว กอปรกับการแพร่ระบาดแบบทวีคูณ (exponential spread) จะทำให้สหรัฐฯ ไม่สามารถปกป้องกลุ่มคนอ่อนแอของประเทศได้

บทความของเดอะ วอชิงตัน โพสต์ เมื่อวันอังคาร (7 ก.ค.) ระบุว่าสหรัฐฯ เผชิญสถานการณ์ยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ของการแพร่ระบาดระลอกแรกพุ่งสูงเป็นครั้งที่ 2 และอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยลดลงราว 20 ปี

โรคโควิด-19 ที่โจมตีส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้ผู้ป่วยอายุน้อยจำนวนมากต้องทนทุกข์กับภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพในระยะยาวเช่นเดียวกับคนวัยชรา เนื่องจากสมองได้รับความเสียหาย โดยบทความเผยว่าคำกล่าวอ้างของนักการเมืองสหรัฐฯ บางคน ที่บอกว่าร้อยละ 99 ของผู้ป่วยโรคโควิด-19 “ไม่ได้รับอันตราย” นั้นเป็นคำโกหกอันโหดร้าย

(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารรัฐสภา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ วันที่ 8 ก.ค. 2020)

แม้สหรัฐฯ จะสามารถปกป้องกลุ่มคนที่อ่อนแอที่สุดของประเทศได้ดีขึ้น หลังมีการปกป้องดูแลบ้านพักคนชราได้ดีกว่าที่ผ่านมาและผู้สูงอายุปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยที่เกี่ยวพันกับการระบาดใหญ่ แต่หากสหรัฐฯ ยังปล่อยให้เกิดการแพร่ระบาดแบบทวีคูณต่อไป สุดท้ายความพยายามปกป้องคนกลุ่มนี้จะถูกทำลายลง

“ชาวสหรัฐฯ จำนวนมากไม่เข้าใจความหมายของการแพร่ระบาดแบบทวีคูณ แม้อัตราการเสียชีวิตจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็อาจมีชาวสหรัฐฯ เสียชีวิตมากกว่า 5 แสนราย” บทความระบุ พร้อมตำหนิฝ่ายบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทำให้เกิดภัยพิบัติระดับชาติที่ “บังเกิดมาจากหน่วยงานระดับสูง”

“แทนที่จะกระตุ้นให้ผู้ว่าการรัฐแต่ละแห่งดำเนินมาตรการปิดเมืองต่อไปจนกว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้” ฝ่ายบริหารกลับตัดทอนอำนาจของพวกเขาเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

บทความเสริมว่าท่ามกลางวิกฤตโรคโควิด-19 “หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ทำหน้าที่ของตนด้วยการเผยแพร่ข้อเท็จจริง แต่รัฐบาล สถาบันทางศาสนา และสื่อมวลชน กลับสร้างความเคลือบแคลงใจในวงกว้างต่อมาตรการด้านสุขภาพที่จำเป็น”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.