(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายหน้าจอของบทความเรื่อง “จีนควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนาได้อย่างไร” จากเว็บไซต์ของเดอะ นิวยอร์กเกอร์ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2020)

นิวยอร์ก, 12 ส.ค. (ซินหัว) — นิตยสาร เดอะ นิวยอร์กเกอร์ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความซึ่งระบุว่า “การเคารพวิทยาศาสตร์” และ “ทำงานอย่างหนัก” ซึ่งเป็นค่านิยมหลัก 2 ประการที่การศึกษาของจีนให้ความสำคัญ ประกอบกับการนำที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลจีน ทำให้ชาวจีนสามารถเอาชนะในสงครามการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

บทความที่มีชื่อว่า “จีนควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนาได้อย่างไร” เขียนโดยปีเตอร์ เฮสเลอร์ ซึ่งกำลังศึกษาและสอนหนังสืออยู่ที่นครเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ระหว่างที่เกิดการแพร่ระบาดใหญ่

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์กอดลูกระหว่างพิธีการที่นครเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2020)

เนื้อหาในบทความยืนยันความจริงที่ว่าการปิดเมืองที่เข้มงวดประกอบกับการปิดชายแดนและการสืบหาผู้สัมผัสติดต่อกับผู้ป่วย ทำให้จีนสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในชุมชนเกือบทุกแห่งได้

เฮสเลอร์ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายคนยอมรับในการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการในชุมชนในการป้องกันการแพร่ระบาดและสืบหาตัวผู้สัมผัสใกล้ชิด และจีนดำเนินมาตรการปิดเมืองที่เคร่งครัดมากกว่าประเทศใดในโลก โดยมีคณะกรรมการในชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรระดับรากฐานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นผู้บังคับใช้กฎข้อบังคับต่างๆ

บทความระบุว่า สหรัฐฯ ไม่มีโครงสร้างคณะกรรมการในชุมชนเช่นนี้ ซึ่งหน่วยงานบริการสาธารณสุขอาจปฏิบัติหน้าที่ในส่วนนี้ได้หากระบบนี้ของสหรัฐฯ ได้รับเงินสนับสนุนอย่างเหมาะสม

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ติดสติกเกอร์ซึ่งระบุว่าตรวจวัดอุณหภูมิแล้ว ให้กับลูกค้าที่ร้านอาหารในนครเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2020)

เฮสเลอร์เขียนถึงสารพัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดหลังจีนเปิดโรงเรียนอีกครั้ง มหาวิทยาลัยจัดตั้งซุ้มตรวจอุณหภูมิ มีการใช้งานหุ่นยนต์ส่งของ และเครื่องสแกนที่ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า ส่วนโรงเรียนก็มีการจัดช่วงพักล้างมือเป็นประจำ พร้อมประกาศผ่านระบบอินเตอร์คอมว่า “ได้ถึงเวลาตรวจวัดอุณหภูมิแล้ว” ในช่วงบ่ายของทุกวัน

บทความระบุว่าความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในปัจจุบันไม่ได้เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงอุปนิสัยหรือค่านิยมของประชาชนในประเทศ แต่แสดงให้เห็นถึงระบบที่ล่มสลายซึ่งก็คือวิกฤตของภาวะผู้นำและโครงสร้างทางสถาบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.