(ภาพตัดจากเว็บไซต์สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งเผยแพร่หัวข้อและรูปภาพของเอกสาร “การทดลองวัคซีนโควิด-19 ระยะที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้ว” วันที่ 1 ก.ย. 2020 )

วอชิงตัน, 2 ก.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ของสหรัฐฯ ประกาศว่าการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่มีชื่อว่าเอแซดดี1222 (AZD1222) ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ของประเทศ

การทดลองดังกล่าวเปิดรับอาสาสมัครวัยผู้ใหญ่ประมาณ 30,000 คน ณ จุดทดลอง 80 แห่งในสหรัฐฯ เพื่อประเมินว่าวัคซีนข้างต้นสามารถป้องกันโรคโควิด-19 ได้หรือไม่ โดยอาสาสมัครจะถูกสุ่มแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ได้รับวัคซีนหรือยาหลอก ทั้งผู้วิจัยและผู้เข้าร่วมจะไม่ทราบว่าใครถูกกำหนดให้อยู่กลุ่มใด

หลังจากการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ผู้เข้าร่วมจะเข้ารับการฉีดวัคซีนหรือยาหลอกที่เป็นน้ำเกลือเปล่า จำนวน 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์ โดยอัตราส่วนอาสาสมัครที่ได้รับยาหลอกกับวัคซีนเอแซดดี1222 อยู่ที่ 1 ต่อ 2 ส่งผลให้มีผู้ได้รับวัคซีนจริงประมาณ 20,000 คน และได้รับยาหลอก 10,000 คน

การทดลองครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจสอบว่าวัคซีนเอแซดดี1222 สามารถป้องกันโรคโควิด-19 แบบแสดงอาการได้หรือไม่ หลังจากได้รับวัคซีนจำนวน 2 โดส

แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) บริษัทเภสัชภัณฑ์ระดับโลกที่มีฐานอยู่ในสหราชอาณาจักร เป็นผู้นำการทดลองในฐานะผู้สนับสนุนด้านข้อบังคับ ส่วนสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIAID) สังกัดสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ รวมถึงสำนักวิจัยและพัฒนาชีวการแพทย์ขั้นสูง (BARDA) เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนสำหรับการทดลอง

อนึ่ง สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ เสริมว่าวัคซีนข้างต้นทำงานโดยใช้อะดิโนไวรัสชนิดไม่แบ่งตัวของลิงชิมแปนซีในการส่งมอบสไปก์โปรตีน (spike protein) หรือโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

 

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนสวมหน้ากากอนามัย บริเวณย่านไทม์สแควร์ รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 31 ส.ค. 2020)

 

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนในสวนสาธารณะเนชันนัล มอลล์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ วันที่ 30 ส.ค. 2020)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.