(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเดินผ่านร้านค้าในนครเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย วันที่ 31 ส.ค. 2020)

ซิดนีย์, 14 ก.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ย.) เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนกับตำรวจในรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย สืบเนื่องจากกระแสความไม่พอใจต่อมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

รายงานระบุว่ามีผู้ถูกจับกุม 74 ราย และมีการออกใบสั่ง 176 รายการ ในนครเมลเบิร์น เมืองหลวงของรัฐวิกตอเรีย เนื่องจากฝ่าฝืนข้อบังคับการล็อกดาวน์ ซึ่งกำหนดให้ผู้อยู่อาศัยห้ามออกนอกเคหะสถาน เว้นแต่จะมีเหตุผลจำเป็น

ประชาชนราว 250 คน เข้าร่วมการประท้วงครั้งใหญ่สุดที่ตลาดควีนวิกตอเรีย (Queen Victoria Market) โดยฝูงชนได้แสดงท่าทีล่วงละเมิดเจ้าหน้าที่ และมีผู้ประท้วงคนหนึ่งถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายตำรวจด้วย

ด้านโฆษกตำรวจวิกตอเรียระบุว่าตราบใดที่กรณีผู้คนเดินทางออกนอกบ้านเพื่อไปประท้วงยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องรับผิดชอบการกระทำของพวกเขา “เราผิดหวังอย่างยิ่งที่ผู้คนไม่เพียงออกมาประท้วง แต่ยังทำให้ชีวิตชาววิกตอเรียคนอื่นตกอยู่ในความเสี่ยง แม้จะได้รับคำเตือนมากมายก็ตาม”

ทั้งนี้ วิกตอเรียอยู่ในระยะที่ 4 ของการล็อกดาวน์ตลอดระยะเวลาราว 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการบังคับใช้ข้อจำกัดต่อไปอย่างน้อยอีก 1 เดือน

แดเนียล แอนดรูวส์ มุกขมนตรีรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่าแม้มีปัญหาที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อผู้คนและเศรษฐกิจ แต่การรักษาระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวดเป็นหนทางเดียวในการควบคุมการระบาดของโรค

อนึ่ง วันจันทร์ (14 ก.ย.) วิกตอเรียตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 35 ราย ซึ่งจัดเป็นสถิติรอบ 24 ชั่วโมงที่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.