(ภาพตัวมิงก์จากกรมการเกษตรและอาหารรัฐยูทาห์)

ลอสแอนเจลิส, 11 ต.ค. (ซินหัว) — ดีน เทย์เลอร์ สัตวแพทย์ประจำรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา เผยพบตัวมิงก์เกือบ 10,000 ตัวในฟาร์มขนสัตว์ 9 แห่งทั่วรัฐล้มตายช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

ช่องข่าวเอ็นบีซีรายงานคำพูดของเทย์เลอร์เมื่อวันศุกร์ว่า (9 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตรวจพบไวรัสในสัตว์ในสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม หลังคนงานในฟาร์มปศุสัตว์มีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวกไม่นานนัก ซึ่งบรรดานักวิจัยคาดว่าสิ่งมีชีวิตดังกล่าวที่ถูกเลี้ยงเพื่อนำขนเนียนนุ่มมาผลิตเป็นสินค้าหรู ติดเชื้อไวรัสจากมนุษย์

“งานวิจัยทั้งหมดระบุไม่พบการแพร่กระจายจากมิงก์สู่มนุษย์” เทย์เลอร์กล่าว

ฟาร์มทุกแห่งที่พบโรคโควิด-19 ระบาดในหมู่ตัวมิงก์ถูกสั่งกักกัน แต่ไม่มีคำสั่งกำจัดสัตว์ตัวใดด้วยโรคร้ายนี้ เขากล่าวพร้อมเสริมว่ารัฐกำลังทำงานร่วมกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติมและการฝึกอบรมให้เพียงพอสำหรับคนงานในฟาร์มมิงก์

 

(ภาพตัวมิงก์จากกรมการเกษตรและอาหารรัฐยูทาห์)

เทย์เลอร์เตือนว่าการป้องกันเหตุระบาดโรคโควิด-19 ในหมู่ตัวมิงก์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การยุติการระบาดในทันทีนั้นยากยิ่งกว่า

รายงานการป่วยโควิด-19 ของตัวมิงก์ถูกพบในหลายประเทศ รวมถึงเดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และสเปน โดยในเดือนมิถุนายนหน่วยงานในประเทศเหล่านี้ได้สังหารมิงก์หลายแสนตัวด้วยการรมควัน เนื่องจากกังวลว่ามิงก์อาจเป็นต้นตอการแพร่กระจายไวรัสไปยังสัตว์เลี้ยงอื่นในฟาร์ม แม้กระทั่งมนุษย์

ในสหรัฐอเมริกา กรมการเกษตร การค้า และการคุ้มครองผู้บริโภคของวิสคอนซิน ยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า (8 ต.ค.) มีมิงก์มากกว่า 2,000 ตัวที่ตายด้วยโรคโควิด -19

“ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าพวกสัตว์ รวมถึงตัวมิงก์ มีบทบาทสำคัญในการแพร่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไปสู่มนุษย์” กรมแถลงต่อสื่อ “อย่างไรก็ตาม มนุษย์ที่ติดเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายไปสู่ตัวมิงก์และสัตว์อื่นๆ ได้ จึงขอแนะนำให้ผู้ต้องสงสัยหรือได้รับผลยืนยันว่าติดเชื้อแล้ว หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง”

อนึ่ง คณะกรรมาธิการการขนสัตว์แห่งสหรัฐฯ (Fur Commission USA) ซึ่งเป็นสมาคมผู้เลี้ยงมิงก์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ระบุว่าสหรัฐฯ มีฟาร์มมิงก์อย่างน้อย 245 แห่งใน 22 รัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.