(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่การแพทย์เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในเมืองเอสเซนของเยอรมนี วันที่ 18 ม.ค. 2021)

บรัสเซลส์, 20 ม.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (19 ม.ค.) คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เรียกร้องกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) โดยมีเป้าหมายครอบคลุมประชากรวัยผู้ใหญ่ร้อยละ 70 ภายในฤดูร้อนนี้

คณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยว่าอย่างน้อยร้อยละ 80 ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ และผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ก่อนสิ้นเดือนมีนาคม

“กลุ่มประเทศสมาชิกอียูควรฉีดวัคซีนให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ได้อย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในฤดูร้อนนี้” มาร์การิติส ชินาส รองประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลง พร้อมให้คำมั่นว่าคณะกรรมาธิการฯ จะทำงานร่วมกับผู้ผลิตวัคซีน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและเร่งดำเนินการจัดส่ง

“แผนการนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อสู้กับโรคโควิด-19” เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ลาเยน ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าว

อียูอนุมัติการวางตลาดแบบมีเงื่อนไขแก่วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 2 ตัว ที่พัฒนาโดยไบออนเทค-ไฟเซอร์ (BioNTech-Pfizer) และโมเดอร์นา (Moderna) โดยฟอน เดอร์ ลาเยนกล่าวว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้รับวัคซีนทั้งสองตัวรวมแล้ว 760 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอจะฉีดให้ประชาชน 380 ล้านคน หรือร้อยละ 80 ของประชากรในอียู

แผนการใหม่นี้เน้นย้ำคำมั่นของอียูที่จะจัดตั้งกลไกแบ่งปันวัคซีนแก่ประเทศพันธมิตร รวมถึงกำหนดทุกประเทศสมาชิกปรับปรุงกลยุทธ์การตรวจโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ให้ทันสมัยอยู่ตลอด และขยับขยายการใช้ชุดทดสอบแอนติเจนแบบรวดเร็วให้มากขึ้น

ทั้งนี้ อียูเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ขนานใหญ่เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2020 ด้วยกลยุทธ์วัคซีนที่กำหนดไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีเดียวกัน

อย่างไรก็ดี โครงการฉีดวัคซีนขนานใหญ่ดังกล่าวประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีนและการร้องขอรับบริจาควัคซีนให้ประเทศพันธมิตร ซึ่งทำให้หนึ่งในพันธมิตรอย่างเซอร์เบียหันมาซื้อวัคซีนจากรัสเซียและจีนแทน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.