ปักกิ่ง, 21 ก.พ. (ซินหัว) — คณะนักวิจัยจีนเผยแพร่รายงานพยาธิวิทยาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ครั้งแรก โดยวิเคราะห์ผลกระทบของไวรัสที่มีต่อปอด ตับ และหัวใจของผู้ติดเชื้อผ่านการศึกษาตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ได้จากการชันสูตรศพ

รายงานที่ตีพิมพ์ในเดอะ แลนเซต (The Lancet) วารสารการแพทย์ระดับโลก ระบุว่าตัวอย่างชิ้นเนื้อถูกนำมาจากเนื้อเยื่อปอด ตับ และหัวใจจากศพชายวัย 50 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 21 ม.ค. และเสียชีวิตในอีก 14 วันต่อมา

ทีมวิจัยประจำศูนย์การแพทย์แห่งที่ 5 เครือโรงพยาบาลกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) เปิดเผยว่าผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาในคลินิกไข้ด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ไอ อ่อนเพลีย และหายใจลำบาก ก่อนจะได้รับการบำบัดด้วยออกซิเจนร่วมกับยาต้านไวรัสอินเตอเฟอรอน อัลฟา-2บี (interferon alfa-2b) และโลพินาเวียร์/ริโทนาเวียร์ (Ritonavir/Lopinavir)

รายงานระบุว่าตัวอย่างเนื้อเยื่อปอดแสดงให้เห็นว่าผู้ติดเชื้อได้รับผลกระทบจากอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) โดยมีลักษณะทางพยาธิคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสก่อโรคซาร์ส (SARS) และโรคเมอร์ส (MERS)

สำหรับตัวอย่างเนื้อเยื่อตับพบไขมันในหลอดเลือดเล็กระดับปานกลางและมีการอักเสบในกลีบตับเล็กน้อย (lobular) แต่ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าความเสียหายในตับเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือการใช้ยาเสพติด ส่วนตัวอย่างเนื้อเยื่อหัวใจไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางจุลกายวิภาคศาสตร์ชัดเจน ซึ่งหมายความว่าไวรัสอาจไม่สร้างความเสียหายต่อหัวใจของผู้ติดเชื้อโดยตรง

นอกจากนี้รายงานเห็นว่าลิมโฟพีเนีย (lymphopenia) หรือภาวะที่มีเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (lymphocyte) ในเม็ดเลือดน้อยกว่า 1,500 เซลล์ต่อ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร ซึ่งเป็นคุณสมบัติทั่วไปในผู้ป่วยไวรัส อาจเป็นปัจจัยสำคัญเกี่ยวเนื่องกับความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต

รายงานแนะนำให้มีการพิจารณาใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจอย่างเหมาะสมในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการหายใจลำบากเฉียบพลันทวีความรุนแรง

ทั้งนี้ รายงานเสริมว่าการค้นพบเหล่านี้สามารถมอบข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับการเกิดโรคจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงกลยุทธ์การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.