ปักกิ่ง, 30 มี.ค. (ซินหัว) — การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) อาจเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่ร้ายแรงที่สุดของมนุษยชาติ และเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน

การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม จี20 (G20) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ส่งสัญญาณเชิงบวก หลังเหล่าผู้นำบรรลุฉันทามติในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสด้วยความเป็นปึกแผ่น และมุ่งมั่นที่จะร่วมมือและประสานงานในการต่อสู้กับโรคระบาด

การต่อสู้กับโรคระบาดครั้งใหม่นี้นับเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะผู้นำทางการเมือง ได้รับความคาดหวังว่าจะผสานรวมความพยายามเป็นหนึ่ง และใช้ยุทธศาสตร์แบบตาต่อตาฟันต่อฟันดังต่อไปนี้ต่อสู้กับโควิด-19

ความกล้าหาญ

มนุษยชาติจำเป็นต้องมีความกล้าหาญจึงจะสามารถเผชิญวิกฤติด้านสาธารณสุขระดับโลกได้อย่างมีเหตุมีผล ทั้งข้อแก้ตัว การใช้ถ้อยคำชักจูง และการกล่าวโทษอย่างไร้เหตุผลมิได้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด การลงมือทำเท่านั้นที่จะสร้างความแตกต่าง

การทำงานเป็นทีม

มนุษย์ทุกคนกำลังอยู่ในสงคราม ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องต่อสู้เคียงข้างกัน การตัดสินใจหรือการกระทำที่ไม่เป็นระบบไม่เพียงเป็นสิ่งไร้ประโยชน์เท่านั้น แต่ยังบ่อนทำลายความคืบหน้าอีกด้วย ประชาคมระหว่างประเทศจะต้องดำเนินงานด้วยความสามัคคี

ความระแวดระวัง

เมื่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดทั่วทุกมุมโลก เราจำต้องดำเนินงานอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตื่นตัว และเตรียมพร้อมปกป้องชุมชนโลกจากไวรัสร้าย

ความเป็นหนึ่งเดียว

ความหลากหลายเป็นหนึ่งในเครื่องหมายของอารยธรรมสมัยใหม่ อย่างไรก็ดี ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ความแตกต่างทางวัฒนธรรมไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคแบ่งแยกผู้คนจากแต่ละภูมิหลังในการต่อสู้กับไวรัส ซึ่งเป็นศัตรูร่วมของมนุษยชาติ

เอาชนะ มิใช่ถูกเอาชนะ

แนวคิดยุคสงครามเย็นมีแต่จะประสบความล้มเหลว เนื่องจากไวรัสชนิดนี้ไม่รู้จักอุดมการณ์ใด หากเราต้องการคว้าชัยชนะในสมรภูมินี้ เราจำต้องมีภูมิปัญญาทางการเมืองและไม่ซ่อนเร้นข้อผิดพลาด ถึงเวลาแล้วที่ทุกประเทศและภูมิภาคจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเอาชนะไวรัส ไม่ควรพ่ายแพ้ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.