ฮ่องกง 31 มี.ค. (ซินหัว) — รายงานฉบับใหม่ที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในฮ่องกง ระบุว่าการปิดเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีนนั้น มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในช่วงแรกของการแพร่ระบาด ทั้งยังช่วยลดอัตราการติดเชื้อในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย

รายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (CUHK) ระบุว่าหากรัฐบาลไม่ประกาศปิดเมือง เมืองต่างๆ นอกหูเป่ยอาจมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 64.8 ส่วนเมืองต่างๆ ของหูเป่ยยกเว้นอู่ฮั่น อาจมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 52.6

“เราพบว่าการปิดเมืองอู่ฮั่นมีส่วนช่วยลดการติดเชื้อนอกอู่ฮั่นในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ แม้เมืองอื่นๆ จะออกมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในภายหลังก็ตาม” หยางหยาง หนึ่งในคณะนักวิจัยและผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยฯ กล่าว

งานวิจัยชี้ว่าเมื่อเทียบกับการไม่มีมาตรการปิดเมือง การทำเช่นนี้สามารถลดการเดินทางออกจากเมืองได้ถึงร้อยละ 56.4 ทั้งยังลดการเดินทางเข้าเมืองได้ถึงร้อยละ 76.6 ตลอดจนลดการเคลื่อนที่ภายในเมืองลงถึงร้อยละ 54.2
หยางย้ำว่าผลการศึกษาในครั้งนี้มีนัยที่สำคัญต่อประเทศอื่นๆ ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“ดูเหมือนว่าหลังจากที่ใช้สารพัดมาตรการควบคุมแล้ว บรรดาเมืองที่ใช้มาตรการปิดเมืองแบบขยายระยะเวลา สามารถยับยั้งแนวโน้มที่พุ่งสูงของเชื้อไวรัสได้”

ด้วยเหตุนี้ เมื่อต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโรคโควิด-19 หลายรัฐบาลทั่วโลกจึงสั่งปิดเมืองต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด

ทั้งนี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสในประเทศจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง หูเป่ยจึงยกเลิกจุดตรวจบนทางหลวงทั้งหมด เพื่อเปิดการจราจรขาออก ยกเว้นจุดตรวจในพื้นที่อู่ฮั่น ซึ่งจะยกเลิกใช้งานในวันที่ 8 เม.ย. หลังจากอู่ฮั่น เมืองที่เคยเกิดการแพร่ระบาดรุนแรงที่สุดในจีน มีแผนยกเลิกคำสั่งระงับการเดินทางออกนอกพื้นที่ หลังจากปิดเมืองมานาน 2 เดือน

งานวิจัยนี้จัดทำโดยหยางร่วมกับฟางฮั่นหมิง จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (UPenn) และหวังหลง จากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เทค (ShanghaiTech University)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.