ปักกิ่ง, 30 มี.ค. (ซินหัว) — สมาคมแฟรนไชส์และเชนสโตร์แห่งประเทศจีน (CCFA) และบริษัทดีลอยต์ (Deloitte) ได้จัดการประชุมทางไกลเพื่อแบ่งปันแนวทางปฏิบัติและประสบการณ์ในการรักษาอุปทาน, การปกป้องดูแลพนักงาน และการขยายห่วงโซ่อุปทาน หลังเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ให้แก่เหล่าผู้ค้าปลีกทั่วทุกมุมโลก

จูซี ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทอู่ซางซูเปอร์มาร์เก็ต (Wushang Supermarket Co., Ltd.) ในเมืองอู่ฮั่น ได้แนะนำมาตรการรับมือของอู่ซางในช่วงระยะเวลาที่อู่ฮั่นประกาศปิดเมือง

จูซีกล่าวว่า ทางอู่ซางซูเปอร์มาร์เก็ตรับมือกับภาวะแตกตื่นขั้นต้น อันเนื่องมาจากการประกาศปิดเมืองและการที่ประชาชนเริ่มกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคด้วยความตื่นตระหนก โดยการใช้มาตรการรับมือต่างๆ อย่างตรงจุดในแต่ละขั้น เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ทั้งยังเสริมว่า อู่ซางซูเปอร์มาร์เก็ตได้จำกัดจำนวนผู้บริโภค รวมถึงเวลาในการซื้อสินค้า และหันไปเน้นการให้บริการสั่งซื้อสินค้าระดับชุมชนและจัดส่งเดลิเวอรี่ในพื้นที่ชุมชนละแวกใกล้ๆ แทน

ด้านอู้มาร์ต (Wumart) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกแบบหลายช่องทาง (omni-channel) และมีสาขามากกว่า 1,000 สาขา ไม่ได้ปิดทำการร้านค้าสาขาใดๆ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด และไม่พบรายงานพนักงานติดเชื้อ

ผู้บริหารระดับสูงของอู้มาร์ตกล่าวว่า รูปแบบการดำเนินงานของบริษัทที่รวบการขายออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันสร้างบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์แล้ว บริษัทจะทำการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าถึงหน้าประตูบ้าน วิธีนี้เป็นการช่วยให้ผู้คนไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน ทั้งยังช่วยลดการรวมตัวของผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น อู้มาร์ตยังตั้ง “สถานีรับสินค้า” ในชุมชนต่างๆ กว่า 3,000 แห่งในกรุงปักกิ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวันของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

จากข้อมูลของอู้มาร์ตระบุว่า ผู้ค้าปลีกต้องมุ่งเน้นไปที่ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในระยะต่างๆ ของการแพร่ระบาด อู้มาร์ตนำระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาปรับหมวดหมู่ของสินค้า และสินค้าคงคลังภายในศูนย์กระจายสินค้าอย่างทันท่วงที โดยอ้างอิงข้อมูลจากความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค

จางเทียนปิง หัวหน้าหุ้นส่วนของอุตสาหกรรมค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคดีลอยต์ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวกับผู้ค้าปลีกทั่วโลกว่า พฤติกรรมการบริโภคบนโลกออนไลน์ของผู้บริโภคชาวจีนได้รับการพัฒนาและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับผู้ค้าปลีกบนโซเชียลมีเดียมาโดยตลอด ดังนั้น ในช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาด รูปแบบธุรกิจที่ไม่ซ้ำใคร เช่นการสั่งซื้อในระดับชุมชน จึงมีบทบาทสำคัญต่อการจัดหาสินค้าให้ผู้บริโภค

ทางดีลอยต์เสริมว่า การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดิมทีคุ้นเคยกับการออกมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าด้วยตนเอง ต้องติดอยู่แต่ในบ้าน นี่ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้บริโภคเหล่านี้จะได้พัฒนาวิถีชีวิตแบบดิจิทัลและแนวทางการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ผู้ค้าปลีกในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกจะให้ความสนใจต่อการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ และเรียนรู้วิธีการใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดีย รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ของผู้บริโภคมากขึ้นในระยะต่อไปของการระบาด

(แก้ไขโดย Bao Nuomin)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.