โตเกียว, 30 ก.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (30 ก.ค.) รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่ามีประชาชนเสียชีวิตแล้ว 11 รายและถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอีกราว 6,000 ราย สืบเนื่องจากอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นหลังสิ้นสุดฤดูฝนในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

คลื่นความร้อนส่งผลให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล 5,664 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวผู้ที่มีอาการขั้นรุนแรง 1,199 รายต้องเข้ารักษาตัวแบบผู้ป่วยในอย่างน้อย 3 สัปดาห์ และผู้ที่มีอาการรุนแรงน้อยลงมา 1,792 รายต้องเข้าเป็นผู้ป่วยในในระยะเวลาลดหลั่นลงมา

อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ป่วยโดยรวมพุ่งสูงขึ้นเกือบ 2,000 รายทั่วประเทศญี่ปุ่นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันอาทิตย์ (28 ก.ค.) หน่วยดับเพลิงและการจัดการภัยพิบัติของญี่ปุ่นระบุว่าร้อยละ 52.6 ของผู้ป่วยที่ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลนั้นเป็นผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป

จังหวัดไอจิมีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลมากที่สุด อยู่ที่ 393 ราย ตามมาด้วยจังหวัดโอซากาที่มีผู้ป่วย 388 ราย ส่วนกรุงโตเกียวมีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลจากอาการที่เกี่ยวข้องกับความร้อน 299 ราย

วันอังคารที่ผ่านมา (30 ก.ค.) อุณหภูมิยิ่งพุ่งสูงขึ้น หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนให้ประชาชนป้องกันตนเองจากอาการฮีตสโตรก (heatstroke) และอาการป่วยอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องจากอากาศร้อน

เมืองทาจิมิในจังหวัดกิฟุ บริเวณตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น อุณหภูมิพุ่งสูง 37.1 องศาเซลเซียส ส่วนเมืองคุมะกายะ จังหวัดไซตามะ และจังหวัดเกียวโต อุณหภูมิพุ่งแตะ 36.8 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิระหว่างวันของกรุงโตเกียวอยู่ที่ 35.4 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิระหว่างช่วงเวลากลางคืนทั่วประเทศญี่ปุ่นล้วนสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส

หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิทั่วประเทศญี่ปุ่นจะยังคงพุ่งสูงเกินกว่า 36 องศาเซลเซียสในวันพุธนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

copied!

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.