วอชิงตัน, 23 พ.ค. (ซินหัว) — สื่อสหรัฐรายงานว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ยอมรับว่าตนได้รวมผลการทดสอบเชื้อไวรัสและผลการทดสอบแอนติบอดี ของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เข้าไว้ด้วยกัน ในรายงานบนเว็บไซต์ของตน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) ว่ารัฐ 11 แห่งในสหรัฐฯ ได้ยืนยันถึงการรวมตัวเลขผลการตรวจหาเชื้อไวรัสและการตรวจหาแอนติบอดีไว้ด้วยกันเช่นกัน

ศูนย์ควบคุมฯ กล่าวว่าตนกำลังวางแผนที่จะแยกตัวเลขเหล่านั้นออกจากกันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าวิธีการในปัจจุบันนั้นกำลังทำให้เกิดการเข้าใจผิด

คริสเตน นอร์ลันด์ (Kristen Nordlund) โฆษกหญิงของศูนย์ควบคุมฯ ระบุในอีเมลฉบับหนึ่งว่า “ในตอนต้น เมื่อศูนย์ควบคุมฯ เปิดตัวเว็บไซต์และรายงานผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การทดสอบหาเชื้อไวรัส (viral testing) (การทดสอบเพื่อระบุการติดเชื้อในปัจจุบัน) นั้นถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในทั่วประเทศมากกว่าการทดสอบโดยอาศัยหลักการทางภูมิคุ้มกันร่างกาย (Serology Test) (การทดสอบซึ่งบ่งชี้การติดเชื้อในอดีต)”

“ตอนนี้การทดสอบโดยอาศัยหลักการทางภูมิคุ้มกันนั้นใช้กันแพร่หลายมากขึ้น ศูนย์ควบคุมฯ จึงกำลังเตรียมการเพื่อแยกความแตกต่างของผลการทดสอบดังกล่าว ออกจากผลการทดสอบหาเชื้อไวรัส และจะรายงานข้อมูลโดยแยกตามประเภทของการทดสอบต่อสาธารณชนบนเว็บไซต์การติดตามข้อมูลโรคโควิด-19 (COVID Data Tracker) ของเราในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า”

แอนติบอดี หรือ สารภูมิต้านทาน คือกลไกที่ร่างกายสามารถจดจำได้ว่าเคยตอบสนองต่อการติดเชื้ออย่างไร จึงสามารถโจมตีเชื้อก่อโรคเดียวกันนี้ได้อีกครั้งเมื่อร่างกายสัมผัสเข้ากับเชื้อดังกล่าว

การตรวจหาแอนติบอดีแตกต่างจากการตรวจหาโมเลกุลส่วนประกอบของเชื้อ (Molecular testing) ซึ่งบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นติดเชื้อไวรัสในขณะที่ทำการทดสอบหรือไม่ ตรงที่การตรวจหาแอนติบอดีสามารถบอกได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนหน้านี้และหายจากโรคแล้วหรือไม่

จากข้อมูลในเว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมฯ ศูนย์ฯ ได้รายงานการทดสอบทั้งหมด 13,627,379 ครั้งทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) โดยมีผลทดสอบเป็นบวก 1,771,749 รายการ และอัตราของผลตรวจที่เป็นบวกโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 13

การผสมตัวเลขจากการตรวจหาแอนติบอดีและการตรวจหาไวรัสเข้าไว้ด้วยกันช่วยเพิ่มจำนวนครั้งของการทดสอบหาเชื้อรวมทั่วประเทศ

รายงานของซีเอ็นเอ็นกล่าวว่า “วิธีการนี้ของศูนย์ควบคุมฯ ทำให้ดูเหมือนว่าสหรัฐอเมริกามีความสามารถในการตรวจเชื้อเกินกว่าความเป็นจริง อย่างน้อยๆ ก็ในด้านการระบุยอดผู้ติดเชื้อในปัจจุบัน”

รายงานข่าวของสำนักข่าวดิแอตแลนติก (The Atlantic) ระบุว่า ศูนย์ควบคุมฯ กำลังรายงานผลโดยผสมรวมยอดการตรวจหาเชื้อสองประเภทที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการบิดเบือนตัวชี้วัดที่สำคัญหลายประการ และให้ “ภาพรวมที่ไม่ถูกต้อง” ในด้านการระบาดใหญ่ของประเทศรัฐ

“มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น หลายๆ รัฐได้กำหนดให้แนวทางเชิงปริมาณเป็นแนวทางสำหรับการเปิดเศรษฐกิจของตนใหม่อีกครั้ง โดยอิงจากข้อมูลซึ่งมีข้อบกพร่องเหล่านี้” รายงานกล่าว

ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า มี 11 รัฐทั่วประเทศ ที่ได้รายงานยอดโดยรวมสองตัวเลขนี้ไว้ด้วยกัน ได้แก่ โคโลราโด เดลาแวร์ จอร์เจีย เมน มิสซิสซิปปี มิสซูรี นิวแฮมป์เชียร์ เพนซิลเวเนีย เท็กซัส เวอร์มอนต์ และเวอร์จิเนีย

(แฟ้มภาพซินหัว : ธงชาติสหรัฐอเมริกา ณ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2020)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.