(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางออกจากทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2019) (Photo by Ting Shen/Xinhua)

วอชิงตัน, 29 มิ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าเขาไม่เคยได้รับรายงานข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองซึ่งระบุว่ารัสเซียเสนอเงินรางวัลให้กองทหารที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มตาลีบันในการสังหารทหารของสหรัฐฯ

ช่วงเช้าวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ทรัมป์โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ว่า “ไม่เคยมีใครรายงานผม รองประธานาธิบดี ไมก์ เพนซ์ หรือเสนาธิการทหาร มาร์ก มีโดวส์ เกี่ยวกับประเด็นที่ว่ารัสเซียสนับสนุนการโจมตีทหารสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน ซึ่งสื่อที่เผยแพร่ข่าวปลอมอย่างนิวยอร์กไทมส์ (New York Times) นำมารายงานโดยอ้างอิงจาก ‘แหล่งข่าวไม่ระบุตัวตน'”

“ทุกคนต่างปฏิเสธข่าวนี้ และกองทหารสหรัฐฯ ไม่ได้ถูกโจมตีบ่อยครั้งนัก” ทรัมป์กล่าว

ทว่าข้อมูลทางสถิติกลับสวนทางกับคำกล่าวของประธานาธิบดี โดยยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแสดงให้เห็นว่าปี 2019 เป็นปีที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในอัฟกานิสถานเผชิญความสูญเสียร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2014 โดยมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 22 ราย

ข้อความบนทวิตเตอร์ของทรัมป์สอดคล้องกับแถลงการณ์ของทำเนียบขาวเมื่อวันเสาร์ (27 มิ.ย.) โดย เคย์ลีห์ แมกอีแนนี (Kayleigh McEnany) เลขาธิการฝ่ายสื่อสารมวลชนระบุว่าเจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนยืนยันว่าทรัมป์ และรองประธานาธิบดี ไมก์ เพนซ์ ไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับประเด็นนี้

แมกอีเนนีระบุว่าแถลงการณ์ของทำเนียบขาว “มิได้ออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ของหน่วยข่าวกรองที่กล่าวอ้างถึง แต่เพื่อแสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องของบทความจากนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้”

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพถ่ายหน้าจอของบัญชีทวิตเตอร์ และข้อความของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2020)

เมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) นิวยอร์กไทมส์รายงานว่าทรัมป์ได้รับรายงานจากหน่วยข่าวกรองว่าหน่วยข่าวกรองของรัสเซียมอบรางวัลให้กองทหารที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มตาลีบันอย่างลับๆ เพื่อให้กองทหารเหล่านั้นสังหารทหารของกองกำลังพันธมิตรในอัฟกานิสถานที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ ระหว่างการเจรจาสันติภาพของสหรัฐฯ และตาลีบัน

นิวยอร์กไทมส์ระบุว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในการประชุมระหว่างสำนักงานช่วงปลายเดือนมีนาคม และจนถึงปัจจุบันทำเนียบขาวยังไม่ดำเนินการใด

สมาชิกพรรคเดโมแครตและอดีตเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนใช้เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานใหม่ล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าทรัมป์ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการเป็นประธานาธิบดี

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ขวา) และโจ ไบเดน (Joe Biden) อดีตรองประธานาธิบดี และผู้ที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี (ซ้าย))

เมื่อวันเสาร์ (27 มิ.ย.) โจ ไบเดน (Joe biden) อดีตรองประธานาธิบดี และผู้ที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับทรัมป์ วิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่ทรัมป์ไม่สามารถลงโทษรัสเซียได้นั้นเป็น “การทรยศต่อหน้าที่ซึ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประธานาธิบดี”

เมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) จอห์น โบลตัน (John Bolton) อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ว่าข้อความที่ทรัมป์โพสต์บนทวิตเตอร์บ่งชี้ว่า “ทรัมป์ไม่ได้ให้ความสำคัญขั้นพื้นฐานกับความปลอดภัยของกองทหารสหรัฐฯ … ข้อความของเขาสื่อว่า ก็ไม่มีใครบอกผมนี่ เพราะฉะนั้นจะมาโทษผมไม่ได้นะ”

หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยต่อทฤษฎีที่ว่าทรัมป์ไม่เคยได้รับรายงานเกี่ยวกับประเด็นนี้เลย โดยเบน โรดส์ (Ben Rhodes) รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลสหรัฐฯ สมัยที่บารัก โอบามา (Barack Obama) เป็นประธานาธิบดีโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ว่า “ผมไม่อยากเชื่อเลย (ว่าทรัมป์จะไม่เคยได้รับรายงาน) แต่ในฐานะที่ผมเคยเป็นคนได้รับรายงานรายวันสำหรับประธานาธิบดีมาเป็นเวลากว่า 7 ปี การที่ประธานาธิบดีไม่ได้รับรายงานว่ารัสเซียเป็นผู้สนับสนุนการสังหารกองทหารสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่น่าตื่นตระหนกยิ่งกว่า”

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ขวา) และแนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (ซ้าย))

ระหว่างการสัมภาษณ์กับเครือข่ายโทรทัศน์เอบีซี (ABC) เมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) แนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แสดงความกังวลต่อความเป็นไปได้ที่ว่าเจ้าหน้าที่บางคนอาจหลีกเลี่ยงการรายงานประเด็นนี้ต่อประธานาธิบดี

“เราจะสืบให้รู้ว่าทรัมป์ได้รับรายงานเกี่ยวกับประเด็นนี้ระหว่างการรายงานประจำวันหรือไม่ และหากเขาไม่ได้รับรายงานจริง ผู้ที่มีหน้าที่รายงานข้อมูลให้ประธานาธิบดีกังวลอะไรถึงได้หลีกเลี่ยงที่จะรายงานประเด็นเกี่ยวกับรัสเซียต่อประธานาธิบดี” เพโลซีกล่าว “มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องอย่างมากในเรื่องนี้ และมันต้องมีคำตอบ”

(แฟ้มภาพซินหัว : ทหารสหรัฐฯ ยืนประจำการอยู่ในพื้นที่ซึ่งเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ ในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2014) (Xinhua/Ahmad Massoud)

อนึ่ง ตั้งแต่สหรัฐฯ บุกรุกอัฟกานิสถานในปี 2001 และเริ่มต้นสงครามที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เสียชีวิตแล้วกว่า 2,400 ราย

ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อสงครามที่ไม่จบสิ้นนี้มาตลอด และแสวงหาวิธีการถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานทั้งหมด โดยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์สหรัฐฯ และกลุ่มตาลีบันร่วมลงนามในข้อตกลงซึ่งกำหนดให้สหรัฐฯ ลดจำนวนทหารในอัฟกานิสถานลงเหลือ 8,600 คนภายใน 135 วัน และถอนทหารออกจากประเทศทั้งหมดภายในเดือนพฤษภาคม 2021 หากกลุ่มตาลีบันปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลง ซึ่งรวมถึงการตัดความสัมพันธ์กับกลุ่มก่อการร้าย

ช่วงต้นเดือนมิถุนายน เคนเนธ แมกเคนซี (Kenneth McKenzie) ผู้บัญชาการของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ลดกำลังทหารในอัฟกานิสถานลงเหลือ 8,600 คนแล้ว ซึ่งถือว่าสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการถอนกำลังทหารระยะแรกในข้อตกลงสหรัฐฯ -ตาลีบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.