(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้หญิงพาสุนัขเดินบนถนนในเมืองเบอร์ลองเกม รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ วันที่ 4 ก.ค. 2020)

ซานฟรานซิสโก, 13 ก.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ (12 ก.ค.) หนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโก โครนิเคิล (San Francisco Chronicle) เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสาธารณสุขในเทศมณฑลอลาเมดาของสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่แคลิฟอร์เนียตอนเหนืออย่างเท่าเทียม

รายงานเผยว่าอัตราการติดเชื้อในย่านฟรุตเวลล์ของเมืองโอ๊กแลนด์พุ่งสูงกว่าพื้นที่แถบชานเมืองอันร่ำรวยที่สุดเกือบ 5 เท่า โดยการระบาดของโรคในพื้นที่ที่ประชาชนมีรายได้ต่ำนั้นเกิดขึ้นทั่วพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก (SFBA)

หนังสือพิมพ์ฯ วิเคราะห์ข้อมูลตัวเลขผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลรายวันตั้งแต่เดือนมีนาคมในแต่ละเขตรหัสไปรษณีย์ของอลาเมดา หนึ่งในเทศมณฑลบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลการติดเชื้อที่มีการระบุช่วงเวลาชัดเจน

การวิเคราะห์พบว่าโรคโควิด-19 ระบาดในอัตราที่รวดเร็วกว่าในย่านที่ประชากรมีรายได้ต่ำ ซึ่งผู้คนจำนวนมากไม่สามารถทำงานจากที่พักได้ และการเข้าถึงการตรวจโรคที่จำเป็นและทรัพยากรอื่นๆ เป็นเรื่องยากตั้งแต่แรกเริ่ม

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้สูงอายุเดินข้ามทางรถไฟในเมืองซานมาเตโอ รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ วันที่ 2 เม.ย. 2020)

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขที่ตรวจสอบงานวิจัยกล่าวว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่หนักหน่วงที่สุดคือชุมชนที่เผชิญความไม่เท่าเทียมด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจมาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ทางการจึงจำเป็นต้องสนับสนุนด้านการเงินและทุ่มเททรัพยากรการแพทย์ให้แก่ประชากรในชุมชนดังกล่าวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดต่อเนื่อง ทว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รัฐ และรัฐบาลกลาง ยังไม่สามารถเชื่อมโยงโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมที่ย่ำแย่ในปัจจุบันได้

กีราน ซาเวจ-แสงวัน กรรมการบริหารเครือข่ายสาธารณสุขกลุ่มชาติพันธ์ข้ามชาติแห่งแคลิฟอร์เนีย (CPEHN) ระบุว่า “เรารู้ว่าใครจะเผชิญผลกระทบหนักที่สุดตั้งแต่มีการระบาด เรารู้ว่าใครจะต้องไปทำงาน ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมแออัด และมีชีวิตอยู่แบบไร้เครื่องรับประกัน และเรารู้ว่าเราควรจะให้ความสำคัญกับประเด็นใดตั้งแต่วันแรก”

เมื่อนับถึงวันที่ 7 ก.ค. อัตราการติดเชื้อในเขตรหัสไปรษณีย์ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยสูงกว่ากลุ่มผู้ที่มีรายได้สูงถึง 4.5 เท่า โดยคิดเป็นสัดส่วนผู้ติดเชื้อ 78 รายต่อผู้อยู่อาศัย 10,000 คน เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อ 17 รายต่อผู้อยู่อาศัย 10,000 คนในกลุ่มคนรายได้สูง อีกทั้งสูงกว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในกลุ่มคนรายได้ปานกลาง 2 เท่า นอกจากนี้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงส่วนใหญ่ในแถบอ่าวซานฟรานซิสโกนั้นเป็นชุมชนคนผิวสีที่มีรายได้ต่ำ

คิมิ วัตคินส์-ทาร์ต ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขอลาเมดาเผยว่า “เราก้าวเข้าสู่สถานการณ์การระบาดพร้อมกลุ่มคนชายขอบที่ไม่มีบ้าน อาศัยในที่แออัด พวกเขาไม่ได้รับค่าจ้างที่เพียงพอแก่การดำรงชีวิต ไม่สามารถลางานแบบไม่ถูกหักเงินเดือนหรือแม้แต่ลาป่วยได้ และนี่ไม่ใช่ปัญหาเพียงหนึ่งหรือสองสิ่ง แต่มันคือหลายปัญหาหลอมรวมกันและทำให้การป้องกันโรคระบาดในบางชุมชนเป็นเรื่องยาก”

(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานขับรถจากสำนักงานขนส่งชนบทเทศมณฑลเฟรสโน มอบอาหารพร้อมหน้ากากอนามัยและเจลทำความสะอาดที่บริจาคโดยบีวายดี แก่ประชาชนท้องถิ่นในเมืองเฟรสโน รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เดือนมิ.ย. 2020)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.