(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวลดธงชาติลงครึ่งเสาแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ จอห์น เลวิส ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2020)

วอชิงตัน, 21 ก.ค. (ซินหัว) — ช่วงบ่ายวันอังคาร (21 ก.ค.) สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายนโยบายการป้องกันประเทศประจำปี โดยมีเนื้อหาส่วนที่เป็นประเด็นโต้เถียงและอาจต้องเผชิญกับการใช้อำนาจยับยั้ง (วีโต้) โดยทำเนียบขาว

กฎหมายมอบอำนาจการป้องกันประเทศ 2021 (NDAA) อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้เงินกว่า 7.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 23 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณหน้า โดยสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยคะแนนเสียง 295 ต่อ 125

ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้สหรัฐฯ เพิ่มเงินค่าแรงให้ทหารสหรัฐฯ และให้เงินสนับสนุนกองทัพเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการระบาดใหญ่ และมีส่วนหนึ่งที่กำหนดให้เปลี่ยนชื่อสถานที่ทางการทหารบางแห่ง ซึ่งตั้งชื่อตามบุคคลที่อยู่ฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกาที่สนับสนุนระบบทาสสมัยสงครามกลางเมือง (ฝ่ายใต้)

ส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายเสนอให้รัฐและเมืองในสหรัฐฯ ถอดรูปปั้นของบุคคลสำคัญของฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกาออก ท่ามกลางกระแสการตระหนักถึงพฤติกรรมอันโหดร้ายของตำรวจ การเหยียดเชื้อชาติ และระบบทาส ของประชาชนทั่วประเทศ หลังจากจอร์จ ฟลอยด์ ชายชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันวัย 46 ปี เสียชีวิตขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เข่ากดลำคอลงกับพื้นนานเกือบ 9 นาที

เมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) ทำเนียบขาวยืนกรานคัดค้านการเปลี่ยนชื่อฐานที่มั่นของสหรัฐฯ โดยสำนักงานบริหารจัดการและงบประมาณของทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ว่าการเปลี่ยนชื่อสถานที่ “เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลบบุคคลผู้ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติออกไปจากประวัติศาสตร์ชาติ ซึ่งมาตรฐานนี้เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”

แถลงการณ์ระบุว่าหากร่างกฎหมายฉบับนี้ “ถูกยื่นต่อประธานาธิบดีโดยไม่มีการแก้ไข ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีจะแนะนำให้เขาใช้อำนาจยับยั้ง”

ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐฯ ยังไม่ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะต้องปรับแก้กฎหมายร่วมกันให้เป็นฉบับเดียวก่อนส่งให้ทำเนียบขาวพิจารณา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.