(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้อพยพชาวฮอนดูรัสอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขน ขณะเดินรอบกำแพงพรมแดนระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐฯ ในเมืองซิวดัดฆัวเรซของเม็กซิโก วันที่ 18 มิ.ย. 2020)

เม็กซิโกซิตี, 6 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) สถาบันผู้อพยพแห่งชาติของเม็กซิโก (INM) เผยว่านับตั้งแต่ปี 2019 สถาบันฯ ได้กู้ร่างผู้อพยพต่างชาติแล้ว 51 ศพ จากชายแดนทางตอนเหนือของเม็กซิโกกับสหรัฐฯ

สถาบันฯ ระบุว่าสมาชิกหน่วยปฏิบัติการพิเศษเบตา กรุ๊ป (Beta Group) ได้ทำการกู้ศพจากพื้นที่ทะเลทรายและแม่น้ำรีโอแกรนด์ (Rio Grande River) หรือที่รู้จักกันในชื่อรีโอบราโบ ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างสองประเทศ

สถาบันฯ ระบุว่า “ระหว่างปี 2019-2020 เจ้าหน้าที่กู้ศพชาวต่างชาติได้ 51 รายในริโอบราโบและพื้นที่ทะเลทรายตามแนวชายแดนทางตอนเหนือของเม็กซิโก”

หน่วยปฏิบัติการข้างต้นก่อตั้งขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้อพยพที่เดินทางผ่านเม็กซิโก

ทั้งนี้ ผู้อพยพมักจมน้ำเสียชีวิตขณะพยายามว่ายข้ามแม่น้ำเพื่อลักลอบเข้าสหรัฐฯ โดยไม่ถูกตรวจพบ แต่ภูมิประเทศที่เป็นทะเลทรายและภูเขาบริเวณชายแดนอาจเป็นอันตรายได้ อีกทั้งอุณหภูมิยังอาจสูงมากถึง 50 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน

สถาบันฯ ระบุเพิ่มเติมว่ายอดการเสียชีวิตของผู้อพยพเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการลักลอบเดินทางข้ามชายแดน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.