(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ตำรวจลาดตระเวนบนถนนในนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2020 )

ซิดนีย์, 18 ก.ย. (ซินหัว) — ตำรวจในรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียออกมาตรการสำหรับตอบโต้การประท้วงต่อต้านการล็อกดาวน์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่สามของเดือน โดยกล่าวว่าพวกเขาจะใช้นโยบายความอดทนเป็นศูนย์ต่อใครก็ตามที่ละเมิดข้อจำกัดการป้องกันโรคโควิด-19

เมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) โฆษกตำรวจวิกตอเรียกล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่าการที่ประชาชนจะมารวมตัวกันในที่สาธารณะยังคงเป็นความผิดทางอาญาภายใต้ข้อจำกัดการป้องกันโรคโควิด-19

“แนวทางที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชี้แนะเกี่ยวกับความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงการชุมนุมของคนหมู่มากเพื่อลดการแพร่กระจายของไวรัสนั้นชัดเจนอยู่แล้ว กิจกรรมดังกล่าวอาจทำให้ชีวิตของชาววิกตอเรียมีความเสี่ยง”

นับจนถึงวันศุกร์ (18 ก.ย.) รัฐวิกตอเรียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 45 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ราย ในระหว่างที่รัฐพยายามรักษาการควบคุมการแพร่ระบาดระลอกที่สอง

กฎเกณฑ์การเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวด อันรวมถึงการเคอร์ฟิวในยามค่ำคืน ทำให้จำนวนผู้ป่วยลดลงจากที่เคยเพิ่มขึ้นสูงสุดกว่า 700 รายต่อวัน อย่างไรก็ตามผู้อยู่อาศัยจำนวนมากเริ่มเกิดอารมณ์หงุดหงิดหลังถูกจำกัดพื้นที่นาน 2 เดือน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (17 ก.ย.) ริก นูเจนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจของรัฐวิกตอเรีย เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเตือนว่ามีการวางแผนชุมนุมขนาดใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งทางตำรวจจะรับมือด้วยการวางกำลังในพื้นที่สำคัญทั่วนครเมลเบิร์น เมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย

“เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน เราจับกุมคนได้ 70 กว่าคน และสั่งปรับผู้ที่มาประท้วงในเมลเบิร์น 170 กว่าคน” โฆษกกล่าว “เราไม่ลังเลที่จะดำเนินการแบบเดิมอีก สำหรับคนที่ละเมิดกฎเกณฑ์อย่างโจ่งแจ้ง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.