(แฟ้มภาพซินหัว : พื้นที่จัดแสดงรถยนต์ของเอฟเอดับเบิลยู-โฟล์คสวาเกน ในงานมหกรรมยานยนต์นานาชาติฉางชุน ครั้งที่ 17 ในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 10 ก.ค. 2020)

เบอร์ลิน, 1 ต.ค. (ซินหัว) — โฟล์กสวาเกน (Volkswagen) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน ประกาศ ณ การประชุมสามัญประจำปีทางออนไลน์เมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) ว่าโฟล์กสวาเกนจะลงทุนเงิน 3.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2024

บริษัทฯ เผยว่าการลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้โฟล์กสวาเกน “กลายเป็นผู้นำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (BEV)” พร้อมประกาศลงทุนเพิ่มเติมอีก 1.4 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.1 แสนล้านบาท) ในการสร้างความเชี่ยวชาญด้านไอทีและยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติภายในปี 2024

ปี 2019 และ 2020 โฟล์กสวาเกนได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า-ดิจิตัล และบรรลุหมุดหมายสำคัญ โดยเฮอร์เบิร์ท ไดส์ ซีอีโอของโฟล์คสวาเกน กล่าวว่า “โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ไม่ได้ขัดขวางการเปลี่ยนผ่านของบริษัทฯ แต่กลับเร่งให้ก้าวไปข้างหน้า”

อย่างไรก็ดี โฟล์กสวาเกนยังคง “ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างชัดเจน” ในปีงบประมาณปัจจุบัน เนื่องจากยอดส่งมอบยานยนต์ทั่วโลกในช่วง 8 เดือนแรกลดลงร้อยละ 21.5 เหลืออยู่ที่เพียง 5.6 ล้านคัน

บริษัทฯ เผยว่าจีนในฐานะตลาดเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุดของโฟล์กสวาเกน มียอดส่งมอบระดับภูมิภาคลดลงน้อยที่สุดเพียงร้อยละ 11.5 เมื่อนับถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่รถยนต์ใหม่ในจีนราว 1 ใน 5 มาจากโฟล์กสวาเกน

ทว่ายอดจำหน่ายยานยนต์ในยุโรปตะวันตกลดลงเกือบ 1 ใน 3 เนื่องจากยุโรปได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่รุนแรงมากกว่าจีน อย่างไรก็ดี โฟล์กสวาเกนยังคงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด 0.8 จุด เป็นร้อยละ 23.7

โฟล์กสวาเกนคาดว่า “ผลประกอบการจะลดลงอย่างมาก” เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยอดจำหน่ายต่ำกว่าของปี 2019 อย่างมีนัยสำคัญ และสืบเนื่องจากการระงับการผลิตชั่วคราวระหว่างมาตรการปิดเมืองของเยอรมนี โฟล์กสวาเกนจึงสูญเสียรายได้ราว 1 พันล้านยูโร (ราว 3.7 หมื่นล้านบาท) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 เมื่อเทียบกับผลกำไรของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 7.2 พันล้านยูโร (ราว 2.6 แสนล้านบาท)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.