(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนมองดูขยะที่เก็บรวบรวมได้ที่หาดโลนา ในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา วันที่ 21 ก.ย. 2019)

ออตตาวา, 8 ต.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพุธ (7 ต.ค.) รัฐบาลแคนาดาเตรียมประกาศสั่งห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในสิ้นปี 2021 เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

โจนาธาน วิลคินสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแคนาดา เปิดเผยรายชื่อพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่ถูกสั่งห้าม อาทิ ถุงชอปปิงในร้านขายของชำ หลอด ไม้คนของเหลว ห่วงพลาสติก 6 ช่องสำหรับใส่เครื่องดื่มกระป๋อง ช้อนส้อม และภาชนะสำหรับซื้อกลับบ้าน

วิลคินสันกล่าวว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากพลาสติกเป็น “อันตรายอย่างมาก” ต่อสัตว์ป่าและแนวชายฝั่งของแคนาดา โดยมีพลาสติกเพียงร้อยละ 9 ในแคนาดาที่ถูกนำไปรีไซเคิลหลังจากทิ้งแล้ว ซึ่งคำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการที่จะลดขยะพลาสติกให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2030

วิลคินสันชี้ว่ารัฐบาลได้เลือกประเภทพลาสติกข้างต้น เนื่องจากปัจจุบันมีทางเลือกอื่นๆ ที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง แม้ว่าของใช้หลายรายการจะยังคงเป็นของใช้ครั้งเดียวอยู่ แต่ก็ควรจะต้องนำมารีไซเคิลได้

คำสั่งห้ามดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของแคนาดาที่ต้องมีการประเมินปัญหาทางวิทยาศาสตร์ก่อน โดยก่อนหน้านี้มีการสั่งห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในท้องถิ่นบางแห่งแล้ว

รายงานของรัฐบาลระบุว่าชาวแคนาดาทิ้งขยะพลาสติก 3 ล้านตันต่อปี และมีเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่มีการนำกลับมาใช้ใหม่ และมีพลาสติกประมาณ 1 ใน 3 ในแคนาดา ที่เป็นผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวหรือมีอายุการใช้งานสั้น สองอย่างในนั้นคือถุงพลาสติกที่มีการใช้กันมากถึง 1.5 หมื่นล้านใบทุกๆ ปี และหลอดเกือบ 57 ล้านหลอดต่อวัน

พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวหลายพันล้านชิ้นลงท้ายกลายเป็นขยะในแคนาดา ทั้งตามชายหาด สวนสาธารณะ ในทะเลสาบ และแม้แต่ในอากาศ ที่ผ่านมามีกรณีพบพลาสติกในลำไส้ของนกที่ตาย และพบพลาสติกเต็มท้องของปลาวาฬที่ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.