(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยขณะเดินอยู่ในย่านบรุกลิน นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 4 ต.ค. 2020)

นิวยอร์ก, 13 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (13 พ.ย.) ถ้อยแถลงจากแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ ระบุว่านิวยอร์กดำเนินการตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รวม 203,721 ครั้ง ในวันพฤหัสบดี (12 พ.ย.) ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ของรัฐ

“นิวยอร์กตรวจโรคโควิด-19 มากกว่ารัฐอื่นในประเทศ แตะสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในแง่ปริมาณการตรวจรายวัน” คัวโมระบุ พร้อมเสริมว่าข่าวดีอย่างหนึ่งคือ “นิวยอร์กเป็นหนึ่งในรัฐที่มีอัตราการติดเชื้อต่ำสุดในประเทศ แต่ข่าวร้ายคือขณะนี้จำนวนผู้ป่วยของรัฐมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น”

“ผมอยากให้คุณลองมองรัฐอื่นในประเทศที่มีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความจริงคือไวรัสกำลังแพร่ไปทั่ว และเราอยู่ในช่วงเทศกาลวันหยุด ซึ่งผู้คนต่างออกเดินทางกันมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทบทวีการแพร่ระบาด”

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน คัวโมเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่าอัตราผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวกในพื้นที่ที่ถูกจับตาภายใต้กลยุทธ์ “กลุ่มก้อนการติดเชื้อขนาดเล็ก” (micro-cluster) ซึ่งมีการระบาดใหญ่หนักหน่วงที่สุดในรัฐนั้น สูงแตะร้อยละ 4.58 ในวันพฤหัสบดี (12 พ.ย.) ลดลงจากวันก่อนหน้า (11 พ.ย.) ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 4.86

ขณะเดียวกันอัตราผลตรวจโรคเป็นบวกทั่วทั้งรัฐ ซึ่งไม่รวมพื้นที่ที่ถูกจับตาข้างต้น อยู่ที่ร้อยละ 2.29 ลดลงจากร้อยละ 2.53 ในวันพุธ (11 พ.ย.) โดยนิวยอร์กได้ดำเนินการตรวจโรคโควิด-19 ให้ประชาชน 203,721 ครั้ง ในวันพฤหัสบดี (12 พ.ย.) ซึ่งมีผลตรวจเป็นบวก 5,401 ครั้ง หรือร้อยละ 2.65 ของทั้งหมด ลดลงจากวันก่อนหน้า (11 พ.ย.) ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.95

ทั้งนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ รายงานว่ารัฐนิวยอร์กมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 สะสม 33,993 ราย เมื่อนับถึงบ่ายวันศุกร์ (13 พ.ย.) ซึ่งนับเป็นตัวเลขย่ำแย่ที่สุดในสหรัฐฯ

ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) รายงานการตรวจพบผู้ป่วยเพิ่ม 143,408 รายทั่วประเทศ เมื่อวันพุธ (11 พ.ย.) จัดเป็นตัวเลขรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่สหรัฐฯ เผชิญการระบาดใหญ่ภายในประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.