สหประชาชาติ, 11 ก.ค. (ซินหัว) — ดัชนีความยากจนหลายมิติ (MPI) ทั่วโลกประจำปี 2019 ซึ่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (11 ก.ค.) ระบุว่าผู้คน 1.3 พันล้านทั่วโลกกำลัง “ยากจนในหลากหลายมิติ”

ดัชนีฯ ทำการศึกษา 101 ประเทศที่แบ่งเป็น 31 ประเทศรายได้ต่ำ, 68 ประเทศรายได้ปานกลาง และ 2 ประเทศรายได้สูง พบว่าประชาชน 1.3 พันล้านคน “ยากจนหลายมิติ” (multidimensionally poor) และเผชิญความเหลื่อมล้ำอย่างมาก

สำหรับ “ความยากจนหลายมิติ” หมายความว่าความยากจนไม่ได้กำหนดจาก “รายได้” เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมตัวชี้วัดอื่นๆ อีกหลายประการ อาทิ ภาวะสุขภาพย่ำแย่ คุณภาพงานที่ทำไม่ดี และภัยคุกคามจากการใช้ความรุนแรง

รายงานระบุว่า “ทุกภูมิภาคและประเทศกำลังพัฒนาต้องดำเนินการต่อต้านความยากจน” โดยเฉพาะภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮารา (sub-Saharan Africa) และเอเชียใต้ ซึ่งครองสัดส่วนคนยากจนขนาดใหญ่ที่สุดราวร้อยละ 84.5

ภูมิภาคข้างต้นมีความเหลื่อมล้ำอยู่ในระดับสูงมาก โดยแอฟริกาตอนใต้ฯ มีความเหลื่อมล้ำตั้งแต่ร้อยละ 6.3 ในแอฟริกาใต้จนถึงร้อยละ 91.9 ในซูดานใต้ ส่วนตัวเลขในเอเชียใต้อยู่ระหว่างร้อยละ 0.8 ในมัลดีฟส์จนถึงร้อยละ 55.9 ในอัฟกานิสถาน

หลายประเทศในการศึกษาครั้งนี้มีความเหลื่อมล้ำภายในประเทศอยู่ในระดับกว้างมาก เช่น ยูกันดามีความยากจนหลายมิติในจังหวัดต่างๆ ไล่ตั้งแต่ร้อยละ 6 ในกัมปาลาจนถึงร้อยละ 96.3 ในคาราโมจา

นอกจากนั้นประชากรที่ถูกตีตราเป็นคนยากจนกว่า 1.3 พันล้านคน มีมากกว่าครึ่งหนึ่งหรือ 663 ล้านคนเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และประมาณ 1 ใน 3 หรือ 428 ล้านคนเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี

เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ราวร้อยละ 85 อาศัยอยู่ในเอเชียใต้และแอฟริกาตอนใต้ฯ โดยราวร้อยละ 90 หรือมากกว่าของเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ในบูร์กินาฟาโซ ชาด เอธิโอเปีย ไนเจอร์ และซูดานใต้ ถูกระบุว่า “ยากจนในหลายมิติ”

ส่วนหนึ่งของรายงานดัชนีฯ ได้ประเมินความคืบหน้าของการบรรลุเป้าหมายที่ 1 ในวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 ซึ่งเป้าหมายที่ 1 จากทั้งหมด 17 เป้าหมาย กำหนด “การขจัดความยากจนในทุกรูปแบบและทุกสถานที่”

รายงานดัชนีฯ ยังแสดงระดับการลดความยากจนของ 10 ประเทศที่มีจำนวนประชากรรวมกันราว 2 พันล้านคน โดยทุกประเทศมีความก้าวหน้าเชิงสถิติในการบรรลุเป้าหมายที่ 1 โดยเฉพาะอินเดีย กัมพูชา และบังกลาเทศ

อย่างไรก็ตาม รายงานดัชนีฯ ทิ้งท้ายว่าไม่มีมาตรการเดี่ยวใดๆ ที่เพียงพอจะเป็นแนวทางจัดการทั้งความเหลื่อมล้ำและความยากจนหลายมิติ ส่วนการศึกษาอย่างดัชนีฯ, ดัชนีการพัฒนามนุษย์ และค่าสัมประสิทธิ์จีนี (Gini) ซึ่งวัดการกระจายรายได้ของประเทศต่างๆ เป็นเพียงตัวช่วยสนับสนุนข้อมูลสำคัญต่อการดำเนินนโยบายลดความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.