มะนิลา, 12 ม.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ (12 ม.ค.) ฟิลิปปินส์ยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟตาอัล (Taal) ปะทุจากระดับ 4 เป็นระดับ 5 โดยระบุว่า “ภูเขาไฟอาจระเบิดในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน” หลังภูเขาไฟลูกนี้เกิดปฏิกิริยาการระเบิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แถลงการณ์ของสถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ (Phivolcs) ซึ่งออกเมื่อเวลา 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า “ปฏิกิริยาการระเบิด” ที่ปล่องหลักของภูเขาไฟตาอัล “เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ” ณ เวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น “ขณะที่การปะทุต่อเนื่องส่งควันเถ้าถ่าน” ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า “สูงถึง 15 กิโลเมตร”

สถาบันฯ รายงานว่าภูเขาไฟลูกนี้ยังพ่น “เทบพรา (tephra) ที่ปกคลุมด้วยไอน้ำ” หรือเถ้าถ่านที่เต็มไปด้วยหินภูเขาไฟ ทั้งยังเกิด “ปรากฏการณ์โวลเคนิก ไลต์นิง (Volcanic Lightning) ต่อเนื่อง ซึ่งส่งสายสายฟ้าฟาดลงมาท่ามกลางหมู่มวลเถ้าถ่านทางตอนเหนือ ไกลถึงพื้นที่เมืองเกซอน (Quezon)” ในมหานครมะนิลา

สถาบันฯ ออกประกาศอพยพประชาชนจำนวนหลายพันคนที่อาศัยอยู่บนเกาะและรอบภูเขาไฟลูกนี้แล้ว

ภูเขาไฟตาอัลตั้งอยู่บนเกาะภูเขาไฟในทะเลสาบตาอัล เมืองตาลีไซ (Talisay) จังหวัดบาตังกัส (Batangas) ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางใต้ 90 กิโลเมตร โดยตัวทะเลสาบเองเป็นภูเขาไฟยุคโบราณที่ยุบตัวลง นอกจากนั้นภูเขาไฟตาอัลยังเป็นภูเขาไฟขนาดเล็กที่สุดในโลก และเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นรุนแรงอันดับ 2 ของฟิลิปปินส์

“สถาบันฯ ขอย้ำให้มีการอพยพในทุกพื้นที่ของเกาะภูเขาไฟและมีการอพยพเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันจากภูเขาไฟและสึนามิภูเขาไฟภายในรัศมี 14 กิโลเมตรจากปากปล่องหลักของภูเขาไฟตาอัล” เรตาโน โซลีดัม (Renato Solidum) ผู้อำนวยการสถาบันฯ ระบุผ่านการแถลงข่าว

“หน่วยงานการบินพลเรือนต้องเตือนอากาศยานหลีกเลี่ยงการบินรอบภูเขาไฟ เนื่องจากเถ้าถ่านและเศษหินที่พุ่งออกมาจากกลุ่มควันอาจเป็นอันตรายต่ออากาศยานได้” ผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ (12 ม.ค.) ภูเขาไฟตาอัลกลับมาส่งเสียงคำรามกึกก้องอีกครั้ง พร้อมกับเริ่มพ่นแนวควันภูเขาไฟพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าสูง 1 กิโลเมตร หลังเกิดปฏิกิริยาเฟรติก อีรัปชัน (Phreatic eruption) หรือการที่แมกมาร้อนจัดปะทะกับน้ำและระเหยเป็นไออย่างรวดเร็วจนเกิดการระเบิดของมวลสารต่างๆ ภายในภูเขาไฟ

สำนักงานท่าอากาศยานระหว่างประเทศมะนิลา (MIAA) ประกาศระงับเที่ยวบินขาเข้าและออกจากท่าอากาศยานนานาชาติมะนิลา นินอย อากีโน (Manila Ninoy Aquino International Airport) ตั้งแต่ช่วงกลางคืนของวันอาทิตย์หลังภูเขาไฟเริ่มปะทุ

มาร์ก ทิมบัล (Mark Timbal) โฆษกคณะกรรมการบรรเทาและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (National Risk Reduction and Management Council) รายงานว่าจะมีการอพยพประชาชนถึง 10,000 คน จากเมืองต่างๆ จำนวน 3 เมือง ที่ตั้งอยู่รอบภูเขาไฟ

ทิมบัลกล่าวว่าเมืองและจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ทางใต้ของกรุงมะนิลา รวมถึงบางส่วนของมหานครมะนิลา กำลังเผชิญกับเถ้าถ่านภูเขาไฟที่ลอยลงมาปกคลุม

สถาบันฯ เสริมว่าคลื่นไหวสะเทือนของภูเขาไฟลูกนี้ได้ยกระดับจากระดับกลางจนถึงระดับสูง นับตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2019

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.