วอชิงตัน, 6 ม.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานข่าวว่ากองกำลังสหรัฐฯ เตรียมถอนกำลังออกจากอิรัก โดยระบุว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายเกี่ยวกับกองกำลังสหรัฐฯ ในอิรักแต่อย่างใด

อลิสซา ฟาราห์ (Alyssa Farah) เลขาธิการด้านประชาสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายของสหรัฐฯ เกี่ยวกับกองกำลังในอิรักแต่อย่างใด เรายังคงหารือกับรัฐบาลอิรักในประเด็นภารกิจต่อต้านกลุ่มไอซิส (defeat-ISIS mission) และการสนับสนุนกองกำลังรักษาความปลอดภัยของอิรักอย่างต่อเนื่อง”

แถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) มีรายงานข่าวว่ากองกำลังสหรัฐฯ เตรียมถอนกำลังพลออกจากอิรัก โดยอ้างอิงจากจดหมายของนายพลจัตวาวิลเลียม เอช ซีลี (Brigadier General William H. Seely) ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกลางของกองกำลังเฉพาะกิจสหรัฐฯ ในอิรัก ที่ส่งถึงรองผู้อำนวยการกองกำลังปฏิบัติการร่วมแบกแดด (Combined Joint Operation Baghdad) สังกัดกระทรวงกลาโหมอิรัก

จดหมายฉบับดังกล่าวระบุว่า “เพื่อแสดงความเคารพต่ออธิปไตยของสาธารณรัฐอิรัก และปฏิบัติตามคำขอของรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีอิรัก กองกำลังเฉพาะกิจร่วมผสม-ปฏิบัติการแก้ปัญหาจากต้นกำเนิด (CJTF-OIR) จะย้ายกำลังพลภายในไม่กี่วันและสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเคลื่อนไหวต่อไป”

จดหมายฉบับดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในเวลาหนึ่งวันหลังรัฐสภาอิรักผ่านร่างกฎหมายที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการประจำการของกองกำลังทหารต่างประเทศในอิรัก รวมถึงไม่อนุญาตให้ใช้น่านฟ้าหรือน่านน้ำของอิรัก

มาร์ก มิลลีย์ (Mark Milley) ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ (U.S. Joint Chiefs of Staff) ระบุว่าจดหมายฉบับดังกล่าวเป็น “ฉบับร่าง” เป็น “ข้อผิดพลาด” และไม่ใช่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) โดรนสหรัฐฯ โจมตีท่าอากาศยานนานาชาติแบกแดด สังหารคาเซม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และ อาบู มาห์ดี อัล-มูฮานดีส์ รองผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหาร ฮาชด์ชาบี (Hashd Shaabi)

กระทรวงการต่างประเทศอิรักระบุว่าการโจมตีดังกล่าว “เป็นการละเมิดอธิปไตยของอิรักอย่างร้ายแรง รวมถึงฝ่าฝืนเงื่อนไขในการประจำการของทหารสหรัฐฯ ในอิรัก”

อนึ่ง สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังพลกว่า 5,000 นายประจำการในอิรักเพื่อช่วยอิรักต่อสู้กับกลุ่มนักรบไอเอส (IS) โดยช่วยฝึกอบรมและให้คำแนะนำกับกองทหารอิรักเป็นหลัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

copied!

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.