(แฟ้มภาพซินหัว: เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารยูเครนในเขตปารันด์ กรุงเตหะราน ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2020)

เตหะราน, 13 ก.ค. (ซินหัว) — องค์การการบินพลเรือนของอิหร่านกล่าวว่า ระบบนำวิถีขีปนาวุธที่กำหนดตำแหน่งผิดพลาดและการตัดสินใจยิงโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้นำไปสู่เหตุการณ์เครื่องบินโดยสารยูเครนตกในเดือนมกราคมโดยอุบัติเหตุ

“การเปลี่ยนพิกัดไปยังหน่วยงานป้องกันทางอากาศแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน ทำให้ส่วนหัวของขีปนาวุธเกิดการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่ความล้มเหลวเนื่องด้วยความผิดพลาดของมนุษย์ในการปฏิบัติตามขั้นตอนการกำหนดตำแหน่งของระบบ” หน่วยงานการบินพลเรือนระบุในรายงานเมื่อวันเสาร์ (11 ก.ค.) พร้อมเสริมว่า “ความล้มเหลวในการทำงานดังกล่าวก่อให้เกิดอันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่า สามารถได้รับการควบคุม หากมีการดำเนินการตามแผนอื่น ๆ”

ข้อผิดพลาดที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือหลังจากระบบตรวจจับหน่วยดังกล่าวและแจ้งข้อมูลไปยังหน่วยบังคับบัญชาแล้ว ผู้สั่งการได้ทำการยิงขีปนาวุธไปยังเป้าหมายทันที “โดยไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากศูนย์ประสานงาน”

“ตามขั้นตอนการทำงานที่ระบุไว้ หากผู้สั่งการระบบไม่สามารถติดต่อกับศูนย์ประสานงานและไม่ได้รับคำสั่งให้ยิง ก็เท่ากับพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ยิงขีปนาวุธนั้น” รายงานระบุดังนี้

“ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า เหตุการณ์เหล่านี้มีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของมนุษย์” รายงานเสริม

หน่วยงานยังชี้ว่ารายงาน “ไม่ได้ระบุข้อสรุปขั้นสุดท้ายของการสืบสวนอุบัติเหตุครั้งนี้” และการสืบสวนยังอยู่ระหว่างดำเนินการต่อไป

อนึ่ง สายการบินยูเครนแอร์ไลน์เที่ยวบิน 752 ถูกขีปนาวุธโจมตีเพียงไม่กี่นาทีหลังออกจากสนามบินนานาชาติอิหม่าม โคไมนี ของกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ซึ่งผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 176 คนบนเครื่องบินโบอิง 737-800 ไม่มีใครรอดชีวิต

หลังจากนั้น กองทัพอิหร่านยอมรับว่าพวกเขาเข้าใจผิดว่าเครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องบินรบของยูเครนที่เป็นศัตรูและยิงเครื่องบินดังกล่าวเข้า “โดยไม่เจตนา”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.