(ภาพจากทำเนียบเครมลิน : วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ตอบคำถามในการสัมภาษณ์ผ่านโทรทัศน์ ณ โนโว-โอการ์โยโว ที่พำนักประจำตำแหน่ง นอกกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย วันที่ 27 ส.ค. 2020)

มอสโก, 28 ส.ค. (ซินหัว) — วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดเผยว่ารัสเซียพร้อมจะเข้าแทรกแซง หาก สถานการณ์ในเบลารุสไม่สามารถควบคุมได้ แม้เป็นเพียงทางเลือกสุดท้ายที่จะทำก็ตาม

“เราดำเนินการจากข้อสันนิษฐานว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเบลารุสวันนี้จะได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธี” ปูตินกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ เมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.)

ปูตินกล่าวว่าภายใต้กรอบของสหภาพรัฐแห่งรัสเซียและเบลารุส (Union State) และองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (CSTO) รัสเซียสามารถช่วยเบลารุสปกป้องอธิปไตย พรมแดน และเสถียรภาพของประเทศได้

ปูตินยังเล่าย้อนถึงการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อไม่นานนี้กับอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส ซึ่งขอให้ปูตินจัดตั้ง “เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกองหนุน” โดยปูตินเผยว่าตนได้ดำเนินการแล้ว

อย่างไรก็ดี ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่าจะไม่ใช้กองหนุนข้างต้น เว้นแต่สถานการณ์จะลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ และกลุ่มหัวรุนแรง “ที่แอบซ่อนอยู่เบื้องหลังสโลแกนทางการเมืองทั้งหลายล้ำเส้นเข้ามา” ปูตินกล่าว

ปูตินระบุว่าอาจพูดได้ว่าเบลารุสเป็นประเทศใกล้ชิดกับรัสเซียที่สุด ทั้งด้านเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม และจิตวิญญาณ

“ดังนั้น แน่นอนว่าเราจะไม่เฉยเมยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่น แต่หลักๆ แล้วมันเป็นเรื่องของประชาชนชาวเบลารุส” ปูตินกล่าว

ทั้งนี้ มีการประท้วงใหญ่เกิดขึ้นหลายครั้งในเบลารุส หลังจากลูคาเชนโก ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ได้รับชัยชนะเป็นสมัยที่ 6 จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะฝ่ายค้านปฏิเสธจะยอมรับผลการเลือกตั้งดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.