(แฟ้มภาพซินหัว : เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงข่าวที่เมืองเยรูซาเล็ม วันที่ 13 ส.ค. 2020)

เยรูซาเล็ม, 31 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยว่าอิสราเอลดำเนินการหารือลับกับกลุ่มประเทศอาหรับ เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์สู่ภาวะปกติ ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งวันก่อนหน้าอิสราเอลเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์เชื่อมต่อกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ครั้งแรก

“มีการประชุมลับกับกลุ่มผู้นำอาหรับและมุสลิมหลายครั้ง” เนทันยาฮูกล่าวระหว่างแถลงข่าวร่วมกับจาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และโรเบิร์ต โอเบรียน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ณ เมืองเยรูซาเล็ม

เนทันยาฮูกล่าวว่าบรรดาผู้นำประเทศอาหรับ “ตระหนักว่าควรการปรับปรุงความสัมพันธ์กับอิสราเอลสู่ภาวะปกติคือผลประโยชน์ที่แท้จริงของประเทศ”

(แฟ้มภาพซินหัว : ศาลากลางเมืองเทลอาวีฟจัดแสดงแสงสีเป็นรูปธงชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เมืองเทลอาวีฟทางตอนกลางของอิสราเอล วันที่ 13 ส.ค. 2020)

ด้านคุชเนอร์กล่าวถึงข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accord) ซึ่งเป็นข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลและยูเออีที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์สู่ภาวะปกติว่าเป็น “ความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์” และชี้ว่า “เวทีถูกจัดตั้งขึ้น” เพื่อเปิดทางประเทศอาหรับอื่นๆ ดำเนินการตามยูเออีแล้ว

คุชเนอร์กล่าวว่าคำประกาศเมื่อวันที่ 13 ส.ค. นำร่องสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และศาสนาระหว่างอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ก่อนหน้านี้คาดไม่ถึง”

คุชเนอร์และโอเบรียนเดินทางไปกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของยูเออี พร้อมคณะผู้แทนของอิสราเอล นำโดย เมียร์ เบน ชับบัต ผู้นำคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล ด้วยเที่ยวบินของสายการบินเอล อัล ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติอิสราเอล และเป็นเที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวแรกที่เชื่อมต่อสองประเทศ

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับ “วิธีส่งเสริมความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ การบินและการท่องเที่ยว การค้า เศรษฐกิจและการเงิน สาธารณสุข พลังงาน ความมั่นคง และอื่นๆ”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.