(แฟ้มภาพซินหัว : อูวินมยิน ประธานาธิบดีเมียนมา พบปะกับหยางเจี๋ยฉือ สมาชิกกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2020)

ปักกิ่ง, 6 ก.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (4 ก.ย.) หยางเจี๋ยฉือ นักการทูตอาวุโสของจีนกล่าวระหว่างการเยือนเมียนมาว่า เขาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกกับฝ่ายเมียนมาในการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-อาเซียน และทั้งสองฝ่ายได้ร่วมบรรลุฉันทามติหลายประการ

หยาง สมาชิกกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ กล่าวให้สัมภาษณ์เป็นลายลักษณ์อักษรกับสำนักข่าวซินหัว

เขากล่าวว่าเมียนมาเป็นสมาชิกที่สำคัญของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับอาเซียนอย่างยิ่ง ทั้งยังเน้นหนักบทบาทอาเซียนในการทูตเพื่อนบ้าน

เจ้าหน้าที่อาวุโสของจีนยังกล่าวว่า จีนสนับสนุนอาเซียนอย่างหนักแน่นสำหรับความมุ่งหมายที่จะเติบโตอย่างเป็นปึกแผ่นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเสริมว่าความสัมพันธ์จีน-อาเซียนนั้นเป็นแรงผลักดันสู่การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

หยางชี้ว่า ปีหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 30 ปีการก่อตั้งความร่วมมือด้านการเจรจาระหว่างจีนและอาเซียน ขณะที่ความร่วมมือระหว่างจีนและเมียนมาพรั่งพร้อมด้วยศักยภาพและโอกาสมหาศาล

(แฟ้มภาพซินหัว : อองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา พบปะกับหยางเจี๋ยฉือ สมาชิกกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2020)

เขาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกระชับความสัมพันธ์ในหลากหลายด้าน โดยกล่าวว่าประการแรกคือการเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันดำเนินการตามฉันทามติสำคัญที่บรรลุโดย สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนและบรรดาผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียน

ประการที่สอง เขากล่าวว่าทั้งสองฝ่ายควรส่งเสริมการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และเพิ่มความสอดคล้องระหว่างแผนริเริ่ม ‘หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง’ กับแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน 2025 (Master Plan on ASEAN Connectivity 2025) ต่อไป

ประการที่สามหยางกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายควรทำงานอย่างใกล้ชิดในการต่อสู้กับการระบาดของโควิด -19 โดยระบุว่าพวกเขาควรส่งเสริมการป้องกันและควบคุมร่วมกันอย่างจริงจัง อีกทั้งกระชับความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยา

ประการที่สี่คือการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค หยางกล่าวว่าจีนยินดีที่จะรักษาการประสานงานและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอาเซียนต่อไปในประเด็นระหว่างประเทศ ภูมิภาคและโลก พร้อมทั้งสนับสนุนระบบพหุภาคี ปกปักสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และปกป้องความเป็นธรรมและความยุติธรรมระหว่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.