ปักกิ่ง, 19 มิ.ย. (ซินหัว) — ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลท้องถิ่นมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ในการผลักดันการอนุรักษ์และพัฒนานวัตกรรมการแพทย์แผนจีน (TCM) ทำให้อุตสาหกรรม “ยาตำรับเหมียว” เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

กุ้ยโจวถือเป็น 1 ใน 4 ฐานการผลิตยาจีนแผนโบราณที่สำคัญแห่งแดนมังกร พื้นที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรพืชสมุนไพร ยาตำรับเหมียวกว่าร้อยละ 90 ล้วนแล้วแต่ถูกผลิตขึ้นในมณฑลกุ้ยโจวแทบทั้งสิ้น

ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมแพทย์แผนโบราณของเมืองกุ้ยโจว ซึ่งมียาตำรับเหมียว ตัวยาซึ่งเป็นวิธีการรักษาโรคแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์เหมียวเป็นตัวชูโรง ก็ได้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและคาดว่าจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต

บริษัท กุ้ยโจว ป่ายหลิง กรุ๊ป ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (Guizhou Bailing Group Pharmaceutical) เป็นหนึ่งในบริษัทที่มุ่งเน้นวิจัยและพัฒนายาตำรับเหมียว ซึ่งได้รับสิทธิบัตรมากกว่า 100 รายการจวบจนถึงปัจจุบัน

หวังอี๋ตาน เป็นผู้สืบทอดตำรับแพทย์แผนเหมียวรุ่นที่ 4 ของครอบครัว เธอมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นต่อการเติบโตของตลาดยาตำรับเหมียวในมณฑลกุ้ยโจว

ด้วยแรงปรารถนาที่จะทำให้ตำรับแพทย์แผนเหมียวที่ครอบครัวของเธอเป็นผู้ครอบครองอยู่เข้าไปมีที่ยืนในตลาด หวังอี๋ตานใช้เวลากว่า 3 ปีอุทิศตนให้บริการรักษาพยาบาลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ผู้คนเกือบ 3 ล้านคน

หยวนเทาจง ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมชาติพันธุ์ ให้ความเห็นว่าในปัจจุบันยาตำรับเหมียวกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศจีน เนื่องจากประชาชนเริ่มตระหนักถึงการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และสรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ของตัวยาตำรับเหมียว

ในขณะเดียวกัน ชาวต่างชาติจำนวนมากก็เริ่มหันมาให้ความสนใจยาสมุนไพรของจีนเพิ่มมากขึ้น

หยวนกล่าวว่า มีเหล่านักวิชาการและนักวิจัยจากกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, ออสเตรีย, ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ มาเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนจีน (TCM) ที่เขาก่อตั้งขึ้น ซึ่งภายในจัดแสดงตัวอย่างยาตำรับเหมียวและตำรับต้ง มากกว่า 2,000 ชนิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.