ไลฟ์สดกับซินหัว ‘Quicklook’ ส่งเสริมสินค้าไทยครองใจชาวจีน

1. ความเป็นมาของโครงการ

การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในทั่วโลก ทำให้ธุรกิจการนำเข้าส่งออกและการค้าทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบ แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาส เมื่อวิถีการจับจ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนจากการซื้อตามหน้าร้านมาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น

ความต้องการบริโภคสินค้านำเข้าจากต่างประเทศของชาวจีนที่กำลังเพิ่มขึ้น ในช่วงเวลาที่การเดินทางออกนอกประเทศหรือการซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายยังคงมีอุปสรรค จึงเป็นโอกาสใหม่ที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวซินหัวได้เปิดตัวบัญชีผู้ใช้ที่มีชื่อว่า “Quicklook” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชั้นนำของจีน เช่น วีแชท (Wechat), โต่วอิน (Douyin), แอปพลิเคชันวิดีโอสั้นไคว่โส่ว (Kuai Shou), แอปพลิเคชันข่าว จินรื่อ โถวเถียว (Jinri Toutiao) เป็นต้น นำเสนอเนื้อหาสาระด้านวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธุรกิจ สังคม ไลฟ์ไตล์ โดยมียอดผู้ชมมากกว่า 100 ล้านคนต่อวัน เป้าหมายของเราคือการช่วยยกระดับภาพลักษณ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจอย่างสร้างสรรค์

ในปัจจุบัน บัญชีผู้ใช้ “Quicklook” บนแอปพลิเคชันโต่วอินมีผู้ติดตามถึง 800,000 คน

นับตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมา โปรเจกต์นี้ของสำนักข่าวซินหัวได้ช่วยเหลือธุรกิจท้องถิ่นของมณฑลหูเป่ย ด้วยการส่งเสริมสินค้าขึ้นชื่อของหูเป่ย เช่น กุ้งเครย์ฟิช จนสามารถขายได้ถึง 100,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 6,000 ล้านหยวน ทั้งยังมีการร่วมมือกับบริษัทไชน่า ที (China Tea) รัฐวิสาหกิจของประเทศ ในการกระตุ้นยอดขายชา ดึงดูดผู้บริโภคได้เกือบ 30 ล้านคน

ขณะเดียวกัน บริการข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจจีน (China Economic Information Service) ยังมุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับผู้ประกอบการต่างชาติ โดยได้จัดกิจกรรมไลฟ์สตรีมมิงผ่านบัญชีผู้ใช้ “Quicklook” บนแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีนเข้าใจและเข้าถึงสินค้าจากต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงกระตุ้นความต้องการซื้อและการจดจำแบรนด์ของผู้บริโภคชาวจีน ผ่านการวางแผนโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดทั้งในจีนและต่างประเทศ

2. แผนความร่วมมือ

1) ไลฟ์สตรีมมิงผ่านบัญชีผู้ใช้ “Quicklook” บนแพลตฟอร์มโต่วอิน, ไคว่โส่ว, เจดีดอทคอม
(JD.com) และเถาเป่า (Taobao)
2) คิดชื่อให้กิจกรรม เช่น “สินค้าไทยใช้ดี”
3) โปรโมตวิดีโอสั้น รูปภาพพร้อมข้อความ โปสเตอร์ต่างๆ ให้ผู้ชมทราบถึงกิจกรรมและตารางการไลฟ์สดล่วงหน้า เพื่อกระตุ้นยอดผู้ชมและยอดแชร์ หรือสามารถออกแบบเป็นกิจกรรมพิเศษก็ได้เช่นกัน
4) การโปรโมตผ่านไลฟ์สตรีมมิง

นอกเหนือจากความได้เปรียบในด้านราคาสินค้าแล้ว ปัจจัยหลักที่ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคมีดังต่อไปนี้

• ผู้ดำเนินรายการลงพื้นที่จริง
เข้าไปถ่ายในสถานที่จริง เช่น สถานที่ผลิต โรงงาน สวนผลไม้ เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภค
ได้รับชมและเข้าใจกรรมวิธีการผลิตสินค้าก่อนออกวางจำหน่าย รวมถึงตอบคำถามต่างๆ
ของผู้บริโภค

• แขกรับเชิญพิเศษ
เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยหรือจีน มาร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษ บอกเล่า                ประสบการณ์และความประทับใจต่อผลิตภัณฑ์

• แขกรับเชิญจากหน่วยงานรัฐ
เชิญเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมาชิมสินค้า หรือให้คะแนน

5) กิจกรรมดึงดูดความสนใจ
คิดกิจกรรมหรือเกมระหว่างไลฟ์สด เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วม เช่น แจกสินค้าเมื่อยอดชมครบจำนวน เล่นเกม
ชิงรางวัลสำหรับผู้โชคดี ผู้ร่วมตอบคำถาม หรือจัดทำ ‘กล่องปริศนา’ เพื่อให้ผู้ชมร่วมลุ้นว่าสินค้าด้านในคืออะไร    เป็นต้น

6) สินค้า
ควรเลือกสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีเอกลักษณ์ และได้รับความไว้วางใจในระดับสากล

3. ค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นที่ 2.4 ล้านบาท ต่อการไลฟ์สด 1 โปรแกรม ครอบคลุมการคิดคอนเทนต์ แผนการโปรโมต และทีมเทคนิคด้านการถ่ายทอดสด แต่ไม่รวมส่วนอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายของแขกรับเชิญ (สำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมจะบวกเพิ่มตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง)

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ [email protected]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.