ปักกิ่ง, 11 ก.ย. (ซินหัว) — มหกรรมการค้าภาคบริการนานาชาติแห่งประเทศจีน 2020 (CIFTIS) ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญงานแรกที่จีนจัดขึ้นทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันพุธ (10 ก.ย.) ที่ผ่านมา โดยประสบความสำเร็จอย่างงดงามตลอดระยะเวลา 6 วันของการจัดงาน

ภายใต้แนวคิด “บริการระดับโลก ความรุ่งโรจน์ร่วมกัน” (Global Services, Shared Prosperity) งานมหกรรมครั้งนี้ดึงดูดผู้ประกอบการและสถาบันต่างๆ กว่า 22,000 แห่ง จาก 148 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งในนี้มีองค์กรระหว่างประเทศ 33 แห่ง สถานทูตในประเทศจีน 68 แห่ง หอการค้าและสมาคมในต่างประเทศ 110 แห่ง และบริษัทที่ติดอันดับการจัดอันดับฟอร์จูน 500 (Fortune 500) อีก 199 แห่ง

เหยียนลี่กัง ผู้อำนวยการสำนักพาณิชย์ประจำเทศบาลนครปักกิ่งกล่าวว่า มหกรรมนี้ประกอบด้วยการแสดงนิทรรศการและงานประชุม 190 รายการ ทั้งยังมีการเจรจาทางธุรกิจครอบคลุม 12 ภาคส่วนสำคัญ เช่น การขนส่ง, การท่องเที่ยว, การก่อสร้าง, บริการประกันภัย, บริการทางการเงิน, โทรคมนาคม, บริการคอมพิวเตอร์และข้อมูล ตลอดจนบริการด้านวัฒนธรรม

เหยียนยังกล่าวอีกว่า ในฐานะที่เป็นเป็นงานมหกรรมการค้าภาคบริการแบบครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก งานมหกรรมนี้ดึงดูดเหล่าผู้ประกอบการและสถาบันจากทั้งในและต่างประเทศ 5,926 รายให้มาเข้าร่วมทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เข้าร่วมออกบูธที่ได้ใช้ประโยชน์เทคโนโลยีใหม่ๆ และเครื่องมือด้านนวัตกรรมการเงินอย่างเต็มที่ เช่น 5จี (5G) คลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้เกิดการพัฒนาเชิงบูรณาการและการยกระดับอุตสาหกรรม

เสี่ยนกั๋วอี้ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ภูมิภาคระดับมณฑล รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงินที่บริหารโดยภาครัฐ ได้จัดตั้งกลุ่มการค้าขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีส่วนร่วมในการทำธุรกรรม และมีการลงนามในสัญญาทั้งหมด 240 ฉบับ

เสี่ยนกล่าวว่า กระทรวงจะจัดทำรายการประเภทกิจการต้องห้าม (negative list) สำหรับการค้าของภาคบริการข้ามพรมแดน และสร้างแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับนำร่องการพัฒนานวัตกรรมด้านการค้าของภาคบริการ

งานนี้มีผู้เข้าชมบนเว็บไซต์ทางการจำนวน 7.2 ล้านครั้ง และบนแอปพลิเคชันทางการบนโทรศัพท์มือถือจำนวน 8.05 ล้านครั้ง มีบริษัททั้งในและต่างประเทศรวม 5,372 แห่งที่ได้จัดตั้งบูธออนไลน์ และในนี้มี 2,037 แห่งที่จัดแสดงในรูปแบบสามมิติ (3D)

แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อการลงทะเบียนออนไลน์ การสร้างบูธนิทรรศการออนไลน์ การเจรจา และการเซ็นสัญญาสำหรับองค์กรจะยังคงเปิดให้บริการผู้ประกอบการต่ออีกระยะหนึ่ง

แม้ว่าในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังสั่นคลอนอย่างหนักอันเป็นผลกระทบมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 ผู้เข้าร่วมงานมหกรรมจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศล้วนมองเห็นโอกาสจากงานนี้ ทั้งจีนยังให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นเปิดกว้าง และเดินหน้าแบ่งปันโอกาสในการพัฒนากับประเทศอื่นๆ ในโลกต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.