(แฟ้มภาพซินหัว : เงาคนหน้าโลโก้เฟซบุ๊กในเมืองเซนิกาของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา วันที่ 29 ต.ค. 2014 )

ซานฟรานซิสโก, 18 ก.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) เฟซบุ๊กเผยแพร่รายงานสถานะของธุรกิจขนาดเล็กทั่วโลก (Global State of Small Business Report) ฉบับที่ 3 ซึ่งเป็นความร่วมมือทางการวิจัยกับธนาคารโลกและองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ที่ช่วยมอบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของธุรกิจขนาดเล็กในแต่ละเดือน ท่ามกลางการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด 19)

รายงานฉบับล่าสุดที่ทำการสำรวจธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มเติมอีก 25,000 รายในกว่า 50 ประเทศและภูมิภาคเมื่อเดือนกรกฎาคม พบว่าขณะธุรกิจขนาดเล็กกลับมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนมากยังคงมียอดจำหน่ายต่ำและอัตราการจ้างงานลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

ส่วนสาเหตุพื้นฐานของการปิดตัวในธุรกิจกลุ่มสำรวจมาจาก “สารพัดความท้าทายทางการเงิน” มากกว่าคำสั่งล็อกดาวน์หรือปิดเมือง โดยรายงานระบุว่าธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากเล็งเห็นประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนตัวเองสู่อี-คอมเมิร์ซ

ธุรกิจที่มียอดจำหน่ายออนไลน์เกินร้อยละ 25 มีแนวโน้มจะมียอดจำหน่ายออนไลน์เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มจะลดจำนวนพนักงานเนื่องจากโรคระบาดน้อยกว่า เมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดเล็กที่มียอดจำหน่ายออนไลน์ต่ำกว่าร้อยละ 25

รายงานระบุว่าร้อยละ 48 ของผู้บริโภคกลุ่มสำรวจ มีการใช้จ่ายออนไลน์เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 และร้อยละ 40 ระบุว่าพวกเขาใช้สื่อสังคมออนไลน์และการส่งข้อความออนไลน์เพื่อคำแนะนำด้านผลิตภัณฑ์และธุรกิจเพิ่มขึ้น

ร้อยละ 73 ของกลุ่มสำรวจที่เริ่มชอปปิงกับกลุ่มธุรกิจใหม่นับตั้งแต่เกิดโรคโควิด-19 กล่าวว่าธุรกิจใหม่อย่างน้อยหนึ่งรายเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขณะอีกร้อยละ 31 ระบุว่าพวกเขาวางแผนจะเพิ่มการใช้จ่ายกับธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจในท้องถิ่น เมื่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สิ้นสุดลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.