สหประชาชาติ, 22 ม.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (21 ม.ค.) รายงานจากสหประชาชาติระบุว่าความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว อาจถ่างช่องว่างทางโอกาสให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังชะลอการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย

รายงานสังคมโลกประจำปี 2020 (World Social Report 2020) โดยสำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (Department of Economic and Social Affairs—DESA) ชี้ว่าขณะนี้ ประชากรมากกว่า 2 ใน 3 ของโลก ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงขึ้นตั้งแต่ปี 1990 หรือแม้แต่ในประเทศบางประเทศที่มีอัตราความเหลื่อมล้ำลดลงในหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่ความเหลื่อมล้ำยังทะยานขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อทั้งระดับบุคคลและระดับประเทศ

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่าในคำนำรายงานฯ ว่ารายงานฉบับนี้ “เกิดขึ้นพร้อมๆ กับที่เราเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของภูมิทัศน์โลกที่เหลื่อมล้ำอย่างหยั่งรากลึก … ความไม่เสมอภาคด้านรายได้และการขาดโอกาสกำลังสร้างวัฏจักรอันชั่วร้ายแห่งความเหลื่อมล้ำ ความคับข้องใจ และความไม่พอใจ ในผู้คนรุ่นต่างๆ”

รายงานฯ เผยให้เห็นหลักฐานที่ชี้ว่านวัตกรรมทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การหลั่งไหลของคนชนบทสู่เขตเมือง และการย้ายถิ่นระหว่างประเทศ ต่างส่งผลกระทบต่อแนวโน้มความเหลื่อมล้ำ

เอลเลียต แฮร์ริส (Elliott Harris) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (21 ม.ค.) ว่า “หากแนวโน้มอันรุนแรงนี้ถูกควบคุมไว้ได้ เราก็จะเห็นโลกที่เสมอภาคและยั่งยืนยิ่งขึ้น แต่หากเราปล่อยทิ้งไว้ ช่องว่างความเหลื่อมล้ำในหมู่พวกเราก็จะถ่างกว้างต่อไป”

หลิวเจิ้นหมิน รองเลขาธิการสำนักงานฯ เปิดเผยผ่านการแถลงข่าวล่าสุดว่า ผลพวงจากการพัฒนาเทคโนโลยี การหลั่งไหลของคนชนบทสู่พื้นที่เมือง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการย้ายถิ่น แม้จะมิใช่สิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ แต่รัฐบาลและประชาคมระหว่างประเทศสามารถคว้าโอกาสจากแนวโน้มอันรุนแรงนี้ เพื่อรับมือกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ

รายงานดังกล่าวย้ำถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ผลกระทบเหล่านั้นมิได้เกิดเหมือนกันทั่วโลก แต่ประเทศในเขตร้อนชื้นคือกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

รายงานฯ เสริมว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกยิ่งจนลงไปอีก และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไขก็อาจส่งผลให้ผู้คนหลายล้านคนติดกับความยากจนในอีก 10 ปีข้างหน้า

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศยังส่งผลกระทบอันเลวร้ายต่อคนรุ่นหลังด้วยโอกาสการจ้างงานที่ลดต่ำลง โดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมากที่สุด

แม้ขณะนี้จะไม่มีนโยบายชุดเดียวที่สามารถใช้ได้กับทุกประเทศหรือทุกบริบท แต่แฮร์ริสกล่าวว่ารายงานฉบับนี้เผยให้เห็นรากฐานของยุทธศาสตร์นโยบายที่ครอบคลุมที่สามารถนำไปใช้ลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติได้

นอกจากนี้เขาทิ้งท้ายถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน สร้างหลักประกันนโยบายทางเศรษฐกิจมหภาคสำหรับลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างระบบการคุ้มครองทางสังคมเพื่อให้การสร้างความเสมอภาคทั่วโลกประสบความสำเร็จ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.